ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2533

ประเด็นกฎหมาย

ผู้เอาประกันภัยขายรถก่อนทำสัญญา ไม่มีส่วนได้เสีย ไม่มีอำนาจฟ้อง

หลักกฎหมาย

ผู้เอาประกันภัยต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 863 หากขายรถก่อนทำสัญญาถือว่าไม่มีส่วนได้เสีย สัญญาไม่ผูกพันคู่กรณี

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ตามสัญญาประกันภัย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ขายรถยนต์ให้ผู้อื่นก่อนทำสัญญาประกันภัยกับจำเลย จึงไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองขณะทำสัญญา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2533บริษัทพรชัยมงคล จำกัดโจทก์บริษัท ร.ส.พ. ประกันภัย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 172, ม. 183, ม. 246, ม. 247, ม. 249โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุซึ่งได้เอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยเท่านั้น จึงเป็นการกล่าวอ้างว่า โจทก์มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ เมื่อจำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัย ประเด็นจึงมีเพียงว่าโจทก์มีส่วนได้เสียในฐานะที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้กับจำเลยหรือไม่เท่านั้นที่โจทก์นำสืบและฎีกาว่า เจ้าของรถยนต์คันที่โจทก์เอาประกันภัยไว้กับจำเลยได้นำรถยนต์คันดังกล่าวเข้าร่วมในกิจการของโจทก์โดยแบ่งผลประโยชน์กัน โจทก์จึงมีส่วนต้องรับผิดในผลแห่งการกระทำละเมิดด้วยนั้น เป็นเรื่องนอกคำฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้ในขณะที่ทำสัญญาประกันภัย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในรถยนต์คันดังกล่าวกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่ผูกพันคู่กรณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 863 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๗๐-๕๓๖๔ กรุงเทพมหานคร จากโจทก์ ในระหว่างอายุสัญญาตามกรมธรรม์ประกันภัย นายสมศักดิ์ ชื่นแผ้ว ขับรถยนต์คันดังกล่าวของโจทก์ชนกับรถเก๋งส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน ๖ข-๒๗๕๐ กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล