ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมอีกคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์นั้น
ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมอีกคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม
พิพากษายืน ยกคำร้องของโจทก์ ให้จำเลยและบริวารอยู่ได้ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โจทก์และจำเลยเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินและบ้าน โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งอาศัยอยู่กับภริยาอีกคนของจำเลยที่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2533นางมานา สิงหเนตรโจทก์นายเรืองชัย พิจิตรพงศ์ชัยจำเลย ป.พ.พ. ม. 1299, ม. 1358 วรรคแรก, ป.วิ.พ. ม. 55จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาท โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมคนหนึ่ง โจทก์ในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมอีกคนหนึ่งจึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย การที่โจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินพิพาทอยู่แล้ว โจทก์จะมีสิทธิจดทะเบียนนิติกรรมได้ก่อนหรือไม่ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์ เพราะโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งอยู่โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในบ้านและที่ดินพิพาทนั้นโจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดที่ ๑๒๔๑๔๑ และบ้านเลขที่ ๖๒ ต่อมาโจทก์จำเลยได้หย่ากัน จำเลยยอมโอนที่ดินและบ้านดังกล่าวซึ่งเป็นสินสมรสเฉพาะส่วนของจำเลยให้แก่เด็กชาย ท. บุตรของโจทก์จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม จำเลยกับนาง น. ภริยาอีกคนหนึ่งของจำเลยได้อาศัยในที่ดินและบ้านดังกล่าวไม่ยอมออก ขอให้พิพากษาให้จำเลยกับบริวารย้ายออกจากบ้านดังกล่าว กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านเป็นของนาง น. จำเลยอาศัยอยู่โดยความยินยอมของนาง น. เจ้าของกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์จำเลยเคยเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย ที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๑๗๖ ตารางวา เดิมมีชื่อโจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำพิพากษาตามยอมให้โจทก์จำเลยไปจดทะเบียนหย่ากันโดยจำเลยยอมโอนที่ดินเฉพาะส่วนของตนและบ้านพิพาทให้แก่เด็กชายทัติพงษ์