ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2303/2533

ประเด็นกฎหมาย

การขายทาวน์เฮาส์โดยโอนชื่อผู้ขายให้ตรงแก่ผู้ซื้อ โดยมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าหรือไม่

หลักกฎหมาย

การให้บริษัทผู้ขายโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลที่สามโดยตรง โดยผู้ซื้อได้รับค่าตอบแทน แม้มิได้ทำสัญญาซื้อขายหรือจดทะเบียนโอน ก็มีความหมายเช่นเดียวกับการขายอสังหาริมทรัพย์ หากมีเจตนาหากำไร ย่อมเป็นผู้ประกอบการค้าต้องเสียภาษีการค้า

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้โจทก์เสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 และ 78 ประกอบบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 11

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อทาวน์เฮาส์เพื่อขายต่อเอากำไร ชำระเงินครบแล้วแต่ยังมิได้จดทะเบียนโอน จากนั้นให้บริษัทผู้ขายโอนให้แก่บริษัทอื่นโดยตรง โดยได้รับค่าตอบแทนจากบุคคลที่สาม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2303/2533นายอรัญเทลเฟอร์ หรือนายอแลนเจมส์โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 161 ป.รัษฎากร ม. 77, ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 โจทก์ซื้อทาวน์เฮาส์ พิพาทไว้เพื่อจะขายต่อเอากำไร และได้ชำระเงินค่าทาวน์เฮาส์ ให้แก่ผู้ขายครบถ้วนแล้ว แต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนกัน ดังนั้นการที่โจทก์ให้บริษัทผู้ขายโอนทาวน์เฮาส์ให้แก่บริษัท ย. โดยตรงโดยโจทก์ได้รับค่าตอบแทนจาก อ. แม้มิได้ทำสัญญาซื้อขายก็มีความหมายเช่นเดียวกับการขายทาวน์เฮาส์ มิใช่เป็นการขายสิทธิในการซื้อทาวน์เฮาส์ตามที่โจทก์อ้าง และถือได้ว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้า ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77, 78 ประกอบด้วยบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 11 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 บัญญัติไว้เป็นหลักทั่วไปว่า ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดีย่อมตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่แพ้คดี ดังนั้น ศาลย่อมมีหน้าที่ต้องวินิจฉัยสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามกฎหมายอยู่แล้ว แม้จำเลยจะมิได้มีคำขอเกี่ยวกับค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ก็มีหน้าที่ต้องสั่งเกี่ยวกับเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วยโจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ได้ประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเงินเพิ่มให้โจทก์ชำระเป็นเงิน ๗๑๖,๓๙๙.๙๕ บาท โดยอ้างว่า โจทก์มีรายได้จากเงินเดือนและการขายทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดิน และประเมินภาษีการค้า เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงเทศบาล รวมเป็นเงิน ๕๐๐,๙๙๕ บาท โดยอ้างว่าโจทก์มีรายรับจากการขายทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดิน แต่มิได้ยื่นเสียภาษีการค้า โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ซึ่งเป