ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันในสัญญาโอนขายลดเช็คเมื่อกรรมการลงนามเพียงคนเดียว และปัญหาการพิจารณาว่าบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่

หลักกฎหมาย

1. การที่กรรมการแต่ผู้เดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทตามอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมบริษัท ถือเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของบริษัทและผูกพันบริษัท 2. ศาลมีอำนาจรับฟังสำเนาเอกสารได้หากคู่ความมิได้คัดค้านหรือบอกกล่าวต่อคู่ความก่อนวันสืบพยาน 3. การที่ลูกหนี้บอกให้รอชำระหนี้แต่ไม่ได้แจ้งว่า

คำวินิจฉัย

ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น (คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้มอบอำนาจให้กรรมการคนใดคนหนึ่งลงนามและประทับตราเพื่อทำสัญญาแทนบริษัท นายทวีศักดิ์ลงนามในสัญญาโอนขายลดเช็คเพียงคนเดียวโดยไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นเช็คลูกค้า จำเลยมิได้คัดค้านสำเนาเอกสารก่อนวันสืบพยาน และจำเลยบอกให้รอชำระหนี้แต่ไม่ได้แจ้งว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2533บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บีซีซี. จำกัดโจทก์นายทรวง กิตติคุณศักดิ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 797, ม. 820, ม. 1167 ป.วิ.พ. , ม. 249 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 8 (7)บริษัท ท. ได้ ตกลง มอบอำนาจให้จำเลยหรือ ท. คนใดคนหนึ่งลงนามพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัทดำเนินกิจการต่าง ๆ แทนบริษัทได้ดังนั้น การที่ ท. แต่ผู้เดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท ท. ในสัญญาโอนขายลดเช็คที่ทำไว้กับโจทก์ จึงเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของบริษัท สำเนาเอกสารที่จำเลยเพียงแต่ยื่นคำร้องไม่รับรองว่าถูกต้องหรือมีอยู่จริง แต่จำเลยมิได้คัดค้านการนำสืบสำเนาเอกสารดังกล่าวและบอกกล่าวไปยังโจทก์ก่อนวันสืบพยาน จำเลยจึงต้องห้ามมิให้คัดค้านการมีอยู่และความแท้จริงหรือความถูกต้องแห่งสำเนาเอกสารนั้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 125 ศาลมีอำนาจรับฟังสำเนาเอกสารดังกล่าวได้ แม้ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยว่า ถือไม่ได้ว่าบริษัท ท. ได้ทำสัญญาโอนขายลดเช็คกับโจทก์เพราะ ท. แต่เพียงผู้เดียวไม่มีอำนาจ แต่โจทก์ยังกล่าวโต้แย้งไว้ในคำแก้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจหยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัย โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่า จำเลยได้หลบหนีไปจากเคหสถานที่เคยอยู่ แต่ความข้อนี้ไม่ใช่ข้อที่โจทก์ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย เมื่อโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ จำเลยบอกให้รอไปก่อนแต่ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงยังไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้ทำสัญญาโอนขายลดเช็คไว้กับโจทก์ มีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกัน บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้นำเช็คของผู้มีชื่อมาขายลดแก่โจทก์ ๕ ฉบับ รวมเป็นเงิน ๒,