การคัดค้านแนวเขตที่ดินสาธารณะโดยเจ้าหน้าที่รัฐยึดหลักเขตฟากตรงข้ามตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยเป็นการละเมิดหรือไม่
การคัดค้านแนวเขตที่ดินสาธารณะโดยยึดหลักเขตฟากตรงข้ามตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบและสุจริต มิใช่การละเมิด
พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ขอรังวัดที่ดินติดบึงสาธารณะแต่ไม่มีหลักหิน เจ้าหน้าที่รัฐยึดหลักหินฟากตรงข้ามตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยเพื่อระวังแนวเขตและคัดค้านการรังวัด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3029/2533นางแมะจันทร์ สมหวังโจทก์พลเรือเอกเทียม มกรานนท์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 421 ป.วิ.พ. , ม. 94จำเลยมีหน้าที่ดูแลที่สาธารณะภายในเขตรับผิดชอบ และการระวังแนวเขตบึงทรายกองดินด้านที่ติดกับที่ดินของโจทก์ จำเลยได้ปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่วางระเบียบปฏิบัติไว้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบและถูกต้องแล้วการคัดค้านแนวเขตที่ดินพิพาทเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและสุจริต จำเลยทั้งสี่มิได้ทำละเมิดสิทธิของโจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงเท่านั้นฉะนั้น นอกจากเอกสารดังกล่าวแล้ว จำเลยนำพยานบุคคลเข้าสืบได้ว่ากระทรวงมหาดไทยออกระเบียบปฏิบัติในการระวังแนวเขตที่สาธารณะไว้อย่างไร แม้เอกสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่อ้างเป็นพยานจะฟังไม่ได้เพราะไม่ใช่ต้นฉบับ และผู้รับรองสำเนาก็มิใช่ผู้มีอำนาจ แต่พยานบุคคลที่จำเลยนำเข้าสืบรับฟังได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจำเลยที่ ๒ เป็นปลัดกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๓ เป็นหัวหน้าเขตมีนบุรี ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติราชการภายในเขตแทนจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำเลยที่ ๔ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ตามลำดับ จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันละเมิดสิทธิของโจทก์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือโจทก์ได้ยื่นคำขอรังวัดสอบเขต จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีหน้าที่ระวังแนวเขตด้านทิศใต้ของโจทก์ คือด้านบึงทรายกองดินจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ อาศัยหลักเขตจากโฉนดที่ดินซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับที่ดินแปลงพิพาทของโจทก์ (คือด้านทิศใต้ของบึงทรายกองดิน) เป็นแนวเขตในการรังวัด จึงทำให้เห็นว่าโจทก์รังวัดล้ำไปในเนื้อที่ของบึงทรายกองดิน การคำนวณ