ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2533
ประเด็นกฎหมาย
การรับสภาพหนี้ทำให้คดีอายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่หรือไม่
หลักกฎหมาย
การรับสภาพหนี้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่เหตุสะดุดหยุดลงสิ้นสุด
คำวินิจฉัย
พิพากษายืน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยตกลงนำเงินมาชำระให้โจทก์ในภายหลัง แต่ศาลชั้นต้นบันทึกว่าเป็นเพียงความตกลงชำระหนี้ มิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ จึงถือเป็นการรับสภาพหนี้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2533นายการุณ หนูช่วยโจทก์นางปาริฐา จันโท กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 172, ม. 181, ม. 850 ป.วิ.พ. , ม. 177ข้อความที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า จำเลยทั้งสองจะนำเงินมาชำระให้โจทก์ 30,000 บาท ในวันที่ 15 เดือนหน้าซึ่งโจทก์ยอมตามนี้ เป็นเพียงความตกลงในการที่จำเลยทั้งสองจะนำเงินตามเช็คมาชำระให้โจทก์ในภายหลัง มิได้มีข้อตกลงที่โจทก์ยอมผ่อนผันให้แก่จำเลยทั้งสองเพื่อระงับข้อพิพาท จึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยทั้งสองได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยว่าจำเลยรับสภาพหนี้เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงได้ เมื่อมีการรับสภาพหนี้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงแล้ว ต้องเริ่มนับใหม่ตั้งแต่เวลาเมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดเป็นต้นไป ในกรณีนี้คือต้องเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่จำเลยทั้งสองรับสภาพหนี้ต่อโจทก์.(พนม พ่วงภิญโญ-จองทรัพย์ เที่ยงธรรม-อุดม มั่งมีดี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ