ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3097 - 3098/2533

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องคดีแพ่งโดยนายจ้างเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างกรณีผิดสัญญาจ้างแรงงาน มิใช่การฟ้องซ้ำหรือฟ้องคดีเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่พนักงานอัยการขอคืนทรัพย์

หลักกฎหมาย

มูลหนี้ในคดีแพ่งเกิดจากสัญญาจ้างแรงงาน ส่วนคดีอาญาเกิดจากการกระทำผิดทางอาญา แม้ข้อเรียกร้องค่าเสียหายเหมือนกัน แต่เหตุแห่งหนี้ต่างกัน จึงไม่เป็นการฟ้องซ้ำหรือฟ้องคดีเกี่ยวเนื่อง

คำวินิจฉัย

คำฟ้องของโจทก์ในคดีแพ่งมิใช่การฟ้องซ้ำและไม่เป็นการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลแรงงานกลางมีอำนาจรวมพิจารณาพิพากษาได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ลูกจ้างสถานธนานุบาลถูกเลิกจ้างและถูกฟ้องคดีอาหายักยอกทองปลอม/ทองหาย พนักงานอัยการขอคืนทรัพย์ในคดีอาญา นายจ้างฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างฐานผิดสัญญาจ้าง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3097 - 3098/2533นายกัมปนาทหรือกมุท บุญญลาภาเลิศโจทก์กรุงเทพมหานครจำเลยกรุงเทพมหานครโจทก์นายไพรัช ลิ้มวรรัตน์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 575 ป.วิ.พ. ม. 148, ม. 173 วรรคสอง (1) ป.วิ.อ. , ม. 43, ม. 46 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 คดีอาญาพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานความผิดเรื่องยักยอก และขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยักยอกไป ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้ผู้เสียหายที่พนักงานอัยการขอมาในคำฟ้องคดีอาญานั้น แม้จะถือว่าเป็นการขอแทนผู้เสียหาย ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 ก็ตามแต่ก็เป็นกรณีที่ความเสียหายนั้นเนื่องมาจากการกระทำผิดอาญาเท่านั้น ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้าง ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ 2 ที่ทำให้เกิดความเสียหายนี้อาจเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ที่จะใช้สิทธิเรียกร้องได้ทั้งสองทางคือในมูลละเมิดและในมูลแห่งสัญญาจ้างแรงงานที่มีต่อกันอยู่ในคดีอาญาดังกล่าวกับคดีนี้ ถึงแม้คำขอบังคับจะมีลักษณะเป็นอย่างเดียวกัน คือขอให้จำเลยที่ 2ใช้ค่าเสียหาย แต่ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่พนักงานอัยการขอบังคับในส่วนแพ่งนั้น มาจากข้ออ้างเนื่องจากการกระทำผิดทางอาญาอันเป็นการเรียกร้องในมูลหนี้ละเมิด แต่คดีนี้มีที่มาจากมูลสัญญาจ้างแรงงาน เมื่อมูลหนี้ในคำฟ้องของทั้งสองคดีเป็นคนละอย่างเช่นนี้ ประเด็นที่วินิจฉัยจึงมิใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันอันจะเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจาร