ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3262/2533

ประเด็นกฎหมาย

การวินิจฉัยนอกประเด็นของศาลแรงงานกลางเมื่อเหตุแห่งการเลิกจ้างที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยไม่ปรากฏในคำให้การของจำเลย และการพิจารณาว่าเงินเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าจ้าง

หลักกฎหมาย

กรณีที่จำเลยยื่นคำให้การเป็นหนังสือ จำเลยต้องกล่าวข้อเท็จจริงเป็นข้อต่อสู้ให้ชัดแจ้งในคำให้การ หากศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่มิได้มีปรากฏในคำให้การแล้วนำมาวินิจฉัย จะถือเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น และการพิจารณาว่าเงินเป็นค่าจ้างนั้นให้ถือเอาวิธีการจ่ายเงินและการจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานเป็นส

คำวินิจฉัย

ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในส่วนที่เกี่ยวกับการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาปัญหาเรื่องค่าเสียหายในการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยยื่นคำให้การว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบแต่ไม่ระบุเรื่องใดและเมื่อใด ศาลแรงงานกลางจึงฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าโจทก์ไม่ออกปฏิบัติงานและยอดขายไม่ได้ตามที่ตกลง แล้ววินิจฉัยว่าไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม รวมถึงการที่จำเลยจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงระหว่างเดินทางขายสินค้าให้โจทก์โดยสม่ำเสมอพร้อมกับเงินเดือน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3262/2533นายบริบูรณ์ ทิพยทัศน์โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานเภสัชกรรม เค.บี. กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ป.วิ.พ. ม. 177 วรรคสอง, ม. 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 , ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ในคดีแรงงาน กรณีที่จำเลยยื่นคำให้การเป็นหนังสือ จำเลยต้องกล่าวข้อเท็จจริงเป็นข้อต่อสู้ให้ชัดแจ้งในคำให้การ คำให้การของจำเลยที่ให้การถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่า "การปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานและจงใจขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างมาโดยตลอด ..." นั้นมิได้อ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่า โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและจงใจขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในเรื่องใดและเมื่อใด ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลาง ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ไม่ออกปฏิบัติงานตามหมายกำหนดเดินทางออกต่างจังหวัดตามที่จำเลยที่ 1 กำหนด และโจทก์ทำยอดขายไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับจำเลยที่ 1 จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงที่มิได้มีปรากฏในคำให้การ เมื่อศาลแรงงานกลางนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างแล้ววินิจฉัยว่าไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นเมื่อเหตุแห่งการเลิกจ้างที่ศาลแรงงานกลางยกขึ้นวินิจฉัยไม่อาจนำมาอ้างเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุจะอ้างได้ตามกฎหมาย และเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจะเป็นจำนวนเท่าใดนั้น เป็นข้อเท็จจริง เมื่อศาลแรงงานกลาง ยังมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยก่อน จำเลยจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงระหว่างเดินทางไปขายสินค้าตามจังหวั