ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3738/2533

ประเด็นกฎหมาย

การนำเงินบำรุงการศึกษาไปซื้อน้ำดื่มสำหรับครูเป็นการใช้จ่ายโดยไม่มีอำนาจและเป็นการละเมิดต่อทางราชการ

หลักกฎหมาย

เงินบำรุงการศึกษาตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการให้ใช้เฉพาะเพื่อกิจการของสถานศึกษาเท่านั้น น้ำดื่มสำหรับครูไม่ใช่กิจการของสถานศึกษาและโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องจัดหา จำเลยจึงไม่มีอำนาจนำเงินดังกล่าวมาจ่าย การจ่ายเงินโดยไม่มีอำนาจทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์โดยตรง แม้ยอดรายจ่ายโดยชอบจะสูงกว่ารายรับก็ไม่ทำให้ค

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มตามฟ้องข้อ ข. ค. ง. รายการค่าซื้อน้ำดื่มครู 13,452 บาท และค่าเสียหายตามฟ้องข้อ จ. เงินบริจาคที่จำเลยใช้ไปโดยไม่มีอำนาจ 15,800 บาท รวม 29,252 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียน นำเงินบำรุงการศึกษาไปซื้อน้ำดื่มสำหรับครู และจ่ายเงินบริจาคโดยไม่มีอำนาจ แม้ยอดรายจ่ายโดยชอบจะสูงกว่ารายรับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3738/2533กรมสามัญศึกษาโจทก์นายสุเทพ ขันทองจำเลย ป.พ.พ. เงินบำรุงการศึกษามีระเบียบให้ใช้เฉพาะเพื่อกิจการของสถานศึกษาเท่านั้น น้ำดื่มสำหรับครูไม่ใช่กิจการของสถานศึกษา และโจทก์ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องจัดหา จำเลยจึงไม่มีอำนาจนำเงินบำรุงการศึกษามาจ่ายได้ จำเลยจ่ายเงินบริจาคจำนวน 15,800 บาทไปโดยไม่มีอำนาจแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า ยอดรายจ่ายที่จ่ายไปโดยชอบจะสูงกว่ายอดรายรับ ก็ถือได้ว่าเงินที่จำเลยจ่ายไปโดยมิชอบนั้นทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยจึงต้องคืนเงินจำนวนนี้ให้แก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐบาล เป็นเจ้าของโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย และเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลย ระหว่างปีพ.ศ. ๒๕๑๗ ถึง ๒๕๒๑ โจทก์แต่งตั้งจำเลยให้รับราชการตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนดังกล่าว จำเลยปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต หรือประมาทเลินเล่อ รับเงินบำรุงการศึกษาแล้วไม่นำลงบัญชีและสั่งจ่ายเงินโดยผิดระเบียบ ทำให้โจทก์เสียหายหลายรายการรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๐๐,๗๘๓.๙๒ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๒๐๐,๗๘๓.๙๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจ่ายเงินไปโดยถูกต้องตามระเบียบ บัญชีจ่ายเงินท้ายฟ้องไม่ถูกต้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เงินตามฟ้อง ข้อ ก. จำเลยได้ใช้จ่ายไปโดยผิดระเบียบต้องคืนโจทก์ทั้งหมดเป็นเงิน ๑๐,๒๔๖.๕๐ บาทเงินตามฟ้องข้อ ข. ค. ง. และ ฉ. โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยใช้จ่ายไปโดยผิดระเบียบ และจำเลยนำสืบรับว่าได้จ่ายโดยผิดระเบียบเพียง๖๖๔.๗๕ บาท จำเลยต้องคืนโจทก์ ๖๖๔.๗๕ บาท เงินตามฟ้องข้อ จ. จำนวน๑๕,๘๐๐ บาท ปรากฏว่ายอดเงินบริจาคเพียง