ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5006/2533

ประเด็นกฎหมาย

การรับสภาพหนี้โดยทายาททำให้อายุความสะดุดหยุดลง และการทิ้งอุทธรณ์เนื่องจากทนายความหลงลืมไม่เป็นข้อแก้ตัว

หลักกฎหมาย

การที่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกชำระหนี้ค่าเช่าซื้อของเจ้ามรดกให้แก่เจ้าหนี้ภายในกำหนดหนึ่งปี ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 172 ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง และต้องเริ่มนับอายุความใหม่นับแต่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุด ส่วนการที่ทนายความอ้างว่าหลงลืมและเข้าใจผิดสถานที่ส่งหมาย ไม่เป็นข้อแก้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 เนื่องจากโจทก์ทิ้งอุทธรณ์ และพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ตามที่ศาลกำหนด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทผู้สืบสิทธิสัญญาเช่าซื้อแทนนางบังอรผู้เช่าซื้อที่ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน และเรียกนางปลีกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมในฐานะผู้จัดการมรดกของนางบังอร จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อให้โจทก์ภายในหนึ่งปีนับแต่โจทก์รู้ถึงการตายของนางบังอร แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นหนึ่งป

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5006/2533บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสท์เมนท์ จำกัดโจทก์นายมานู ปรางทอง กับพวกจำเลยนางปลีก พ่วงศรีฯจำเลยร่วม ป.พ.พ. , ม. 172, ม. 181 วรรคสอง, ม. 574, ม. 686, ม. 1600, ม. 1754 ป.วิ.พ. , ม. 174 (2), ม. 246ทนายความจะต้องรักษาผลประโยชน์ของลูกความและเอาใจใส่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ทนายโจทก์อ้างว่าหลงลืมและเข้าใจผิดถึงสถานที่ที่จะนำส่งจึงไม่ได้นำส่งหมายเรียกและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ย่อมไม่เป็นข้อแก้ตัวได้ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 โดยถือว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทผู้สืบสิทธิสัญญาเช่าซื้อแทนป. ผู้เช่าซื้อ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน และร้องขอให้เรียกป. เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในฐานะผู้จัดการมรดกของ ป. ให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ แม้โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการตายของ บ. ก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของ บ. ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อรถของ บ.ให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยชำระภายในกำหนด 1 ปีนั้น ถือเป็นการรับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 172 เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง ต้องเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ตามอายุความแห่งมูลหนี้นับแต่เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดลง การฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ใช้รถและใช้ราคารถตามสัญญาเช่าซื้อ มีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 164 การส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคานั้น เมื่อ บ. ซึ่งเป็นคู่สัญญาตาย ถือว่าจำเลยร่วมในฐานะผู้จัดการมรดกครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อสืบต่อมาจึงต้องรับผิดคืนรถที่เช่าซื้อหรือใช้ราคาแก่โจทก์.โจทก์ฟ้องว่า นายบังอร ปรางทอง