ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3698/2529

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องละเมิดที่ไม่ได้ระบุหมายเลขสลากกินแบ่งที่ถูกลัก ไม่เคลือบคลุม และข้อบังคับไปรษณีย์เกี่ยวกับความรับผิดในกรณีสูญหาย ใช้บังคับกับละเมิดไม่ได้

หลักกฎหมาย

รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่ถูกทำละเมิด เช่น หมายเลขสลากกินแบ่ง เป็นเพียงรายละเอียดที่โจทก์อาจนำสืบในชั้นพิจารณาได้ ไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง ฟ้องจึงไม่เคลือบคลุม ข้อบังคับไปรษณีย์ที่จำกัดความรับผิดในกรณีไปรษณียภัณฑ์สูญหายเพราะความผิดในการขนส่ง ใช้บังคับเฉพาะกรณีดังกล่าว ไม่ใช่กรณีละเมิดโดยลูกจ้าง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 1 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 58,100 บาทพร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องจำเลยที่ 2

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ส่งสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 (การสื่อสารแห่งประเทศไทย) ลักสลากดังกล่าวระหว่างขนส่ง จำเลยที่ 2 รับซื้อสลากโดยเปิดเผยและนำไปขึ้นเงินเอง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3698/2529นาย วิเชียร เผ่าเสถียรพันธ์โจทก์การสื่อสารแห่งประเทศไทย กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 425, ม. 1332 ป.วิ.พ. ม. 172 พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477 โจทก์ฟ้องจำเลยที่1มีใจความว่าทำละเมิดโดยลูกจ้างของจำเลยที่1ในทางการที่จ้างได้ลักเอาสลากกินแบ่งที่โจทก์ส่งไปรษณียภัณฑ์ไปขอให้จำเลยที่1ในฐานะนายจ้างรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์แม้มิได้ระบุหมายเลขสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลไว้และมิได้ระบุว่าฉบับใดหายไปก็เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของซึ่งโจทก์อาจนำสืบในชั้นพิจารณาได้ไม่จำต้องกล่าวมาในฟ้องจึงหาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ ลูกจ้างของจำเลยที่1ผู้มีหน้าที่ในการจัดส่งไปรษณียภัณฑ์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่1เป็นผู้ลักสลากกินแบ่งของโจทก์ที่สอดมาในซองจดหมายไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนของโจทก์ไปอันเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์จำเลยที่1ผู้เป็นนายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างส่วนที่จำเลยที่1อ้างว่าไม่ควรต้องรับผิดหรือรับผิดใช้ค่าเสียหายก็ไม่เกิน160บาทตามไปรษณียนิเทศพุทธศักราช2520ข้อ539นั้นข้อบังคับดังกล่าวเป็นกรณีที่จำเลยที่1ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในกรณีไปรษณียภัณฑ์สูญหายไปเพราะความผิดในการขนส่งจะนำมาใช้บังคับในกรณีละเมิดหาได้ไม่ จำเลยที่2มีอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ที่ซุ้มริมถนนราชดำเนินและรับซื้อสลากกินแบ่งที่มีผู้นำมาขายไม่ปรากฏว่าจำเลยที่2ได้รู้จักกับผู้ที่นำสลากมาขายทั้งปรากฏว่าได้รับซื้อไว้โดยเปิดเผยกับได้นำสลากดังกล่าวไปขึ้นเงินต่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยตนเองโดยเปิดเผยจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่2รับซื้อสลากไว้โดยทุจริตตามที่โจทก์ฟ้องถึงแม้จำเลยที่2จะมิได