ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2533

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการทุจริตเงินโครงการสร้างงานในชนบท เพราะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง

หลักกฎหมาย

ผู้ที่จะฟ้องคดีละเมิดได้ต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 การที่โจทก์มีหน้าที่เพียงเป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการสร้างงานในชนบท ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบหรือควบคุมการดำเนินโครงการ และเงินงบประมาณที่ถูกทุจริตไม่อยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ด้วย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมืองและเป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการสร้างงานในชนบท จำเลยเป็นกรรมการระดับอำเภอที่ทุจริตเงินโครงการ เงินงบประมาณถูกจัดสรรในงบกลางและอยู่ในการควบคุมของจังหวัด ไม่ใช่ของโจทก์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2533สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีโจทก์นายทัศน์ ครณรัมย์ กับพวกล. ป.พ.พ. ม. 420 ป.วิ.พ. ม. 44, ม. 289 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ.2425 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 24 กันยายน 2514 ข้อ 10 ทวิ กำหนดให้โจทก์มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง หาได้กำหนดให้โจทก์มีหน้าที่เกี่ยวกับโครงการสร้างงานในชนบทไม่ และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ.2425 ข้อ 6 วรรคสอง ซึ่งกำหนดว่า "ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการ กสช." ก็หมายถึงให้โจทก์ทำหน้าที่ในด้านธุรการเกี่ยวกับโครงการสร้างงานในชนบทเท่านั้น หาได้กำหนดให้โจทก์มีหน้าที่รับผิดชอบหรือควบคุมการดำเนินการตามโครงการสร้างงานในชนบทไม่ และตามระเบียบฯ ดังกล่าวข้อ 40 ยังได้กำหนดว่า หากมีข้อร้องเรียนหรือพฤติการณ์ที่แสดงว่ามีการทุจริตหรือมีการปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการสอบสวนเพื่อทราบข้อเท็จจริง แล้วรายงานประธาน กสช. ทราบโดยเร็ว ไม่ได้กำหนดให้รายงานให้โจทก์ทราบแต่อย่างใด ทั้งเงินที่ถูกทุจริตละเมิดเอาไปไม่ใช่เงินที่อยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้องของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้มีผลถึงจำเลยที่ขาดนัดยื่อคำให้การและขาดนัดพิจารณาได้ด้วยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมืองและราชการอื่นตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการสร้างงานในชนบท ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๔