ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4758/2545

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาการใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 1 เม็ด น้ำหนัก 0.094 กรัม

หลักกฎหมาย

ในกรณีที่มีการแก้ไขกฎหมายภายหลังการกระทำความผิด ต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดมากกว่า โดยพิจารณาโทษจำคุกและโทษปรับแยกจากกัน หากกฎหมายใหม่มีโทษจำคุกต่ำกว่าถือเป็นคุณกว่า ส่วนโทษปรับต้องเปรียบเทียบทั้งโทษขั้นสูงและขั้นต่ำ แล้วเลือกใช้กฎหมายที่เป็นคุณในแต่ละส่วน

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง (เดิมและที่แก้ไขใหม่) ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 76 จำคุก 2 ปี และปรับ 30,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และปรับ 15,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี และคุมความประพฤติ 2 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 1 เม็ด น้ำหนัก 0.094 กรัม โดยไม่ปรากฏปริมาณสารบริสุทธิ์ ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกามีการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 5 พ.ศ.2545 ซึ่งมีโทษจำคุกต่ำกว่าเดิม แต่โทษปรับขั้นต่ำสูงกว่า

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4758/2545พนักงานอัยการจังหวัดยโสธรโจทก์นายคมสัน จันละมูลจำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ป.อ. ม. 3ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มารตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ทั้งตามกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่ในมาตรา 15 วรรคหนึ่ง คงใช้ข้อความทำนองเดียวกัน จึงต้องใช้กฎหมายเดิมบังคับ สำหรับคดีนี้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยจำหน่ายไปมีจำนวน 1 เม็ด น้ำหนัก 0.094 กรัม โดยไม่ปรากฏว่ามีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เท่าใด ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 66 วรรคหนึ่งที่แก้ไขใหม่มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แตกต่างจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายเดิม มาตรา 66 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท กรณีโทษจำคุกต้องถือว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย ส่วนโทษปรับทั้งกฎหมายเดิมและกฎหมายใหม่ต่างเป็นคุณต่อผู้กระทำความผิด กล่าวคือ โทษขั้นสูงตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณกว่า ส่วนโทษขั้นต่ำตามกฎหมายเดิมเป็นคุณกว่า ถ้าจะลงโทษปรับขั้นสูงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่เพราะเป็นคุณกว่า ถ้าจะลงโทษปรับขั้นต่ำต้องใช้กฎหมายเดิมเพราะเป็นคุณกว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว คดีนี้โทษปรับที่จะลงแก่จำเลยให้ใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยตามประมวลกฎ