ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2547

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2547ธนาคารอาคารสงเคราะห์โจทก์นางสาวจารุนันท์หรือนางจารุนันท์หรือนางภัสสราพรขันติศีลชัยหรืองามชัดกับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 407, ม. 420, ม. 672, ม. 850, ม. 851, ม. 852หนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยที่ 1 ทำกับ ส. ระบุว่า จำเลยที่ 1 ได้ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของ ส. แล้วยักยอกเงินดังกล่าวไป จึงตกลงคืนเงินที่ยักยอกไปให้แก่ ส. นั้น เป็นเพียงหนังสือที่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นหนี้ ส. และยอมชำระหนี้แก่ ส. ไม่มีข้อความที่จำเลยที่ 1 กับ ส. ตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน จึงมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ อันจะทำให้หนี้จากมูลละเมิดระงับสิ้นไป โจทก์เป็นธนาคารซึ่งได้รับฝากเงินของ ส. ผู้เป็นลูกค้า ย่อมมีหน้าที่ต้องคืนเงินที่ ส. ฝากไว้เมื่อ ส. ทวงถาม การที่จำเลยที่ 1 ได้ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของ ส. แล้วยักยอกเงินดังกล่าวไป ทำให้เงินในบัญชีเงินฝากของ ส. ขาดหายไป โจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่ขาดหายไปให้แก่ ส. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 672 การที่โจทก์คืนเงินที่จำเลยที่ 1 ยักยอกไปให้แก่ ส. จึงมิใช่เป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจโดยรู้ว่าไม่มีหนี้ต้องชำระ เมื่อโจทก์ได้ชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่ ส. ไปแล้ว ย่อมมีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในเงินที่ชำระไปได้ตามมาตรา 420โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างโจทก์ทำงานในตำแหน่งผู้รักษาเงิน สาขาขอนแก่น โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามความเป็นจริงแต่ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๓๘ และวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ได้กระทำทุจริตต่อหน้าที่และผิดสัญญาจ้างแรงงาน ได้ถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าโจทก์ไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเ