ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3830/2547

ประเด็นกฎหมาย

อายุความ 2 ปี สำหรับสิทธิเรียกร้องของผู้ประกอบกิจการรับทำการงานต่างๆ เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปก่อน เริ่มนับเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ ไม่ใช่วันชำระหนี้ค

หลักกฎหมาย

สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ที่เกิดจากการประกอบกิจการรับทำการงานต่างๆ เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปก่อน มีอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) โดยอายุความเริ่มนับตั้งแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ซึ่งคือวันครบกำหนดชำระหนี้ มิใช่วันที่ลูกหนี้ชำระหนี้ครั้งสุดท้าย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 600 บาทแทนโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยชำระหนี้บัตรเครดิตครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2543 แต่ยังคงใช้บัตรเครดิตต่อ ครั้งสุดท้ายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ส่งใบแจ้งยอดให้ชำระภายในวันที่ 12 ธันวาคม 2543 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3830/2547ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)โจทก์นายเดชาหรือฐานะพัฒน์ ศักดิ์ประทีปกรจำเลย ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 167, ตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 500 บาท แทนโจทก์ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาในปัญหาอื่น ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้องได้โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 42,902.79 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 27 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 28,163.19 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเพราะจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2543 เป็นเงินจำนวน 16,100 บาท หลังจากนั้นก็มิได้ชำระอีก โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2545 อันพ้นกำหนดระยะเวลา 2 ปี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 28,163.41 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 500 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ให้บริการการใช้บัตรเครดิตแก่สมาชิกโดยเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจในการรับทำงานต่าง ๆ ให้แก่สมาชิก และการที่โจทก์ได้ชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้ของสมาชิกไปก่อน รวมทั้งการที่โจทก์ยอมให้จำเลยนำบั