ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 315/2529

ประเด็นกฎหมาย

การวินิจฉัยสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าต้องพิจารณาตามกฎหมายแต่ละประเภทแยกจากกัน

หลักกฎหมาย

เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินคนละประเภท สิทธิได้รับเงินแต่ละประเภทกำหนดโดยกฎหมายต่างกัน การวินิจฉัยเงินประเภทหนึ่งไม่มีผลกระทบถึงอีกประเภทหนึ่ง เพราะหลักเกณฑ์การจ่ายอาจแตกต่างกัน การกระทำของลูกจ้างกรณีเดียวกันอาจเป็นความผิดตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้าง แต่ไม่เป็นความผ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไม่ครบถ้วนทุกประเด็น จึงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและควบคุมตัวที่เรือนจำ ทำให้ไม่สามารถไปทำงานได้ตามปกติเป็นเวลาติดต่อกัน โดยมิได้ลาตามระเบียบ จำเลยมีคำสั่งไล่ออกฐานละทิ้งหน้าที่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 315/2529นาย บุญลือ อินสวัสดิ์ฯโจทก์องค์การ รับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 582, ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ข้อ 47]เงินบำเหน็จค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินคนละประเภทและกำหนดขึ้นโดยกฎหมายต่างกันการวินิจฉัยเงินประเภทหนึ่งหามีผลกระทบถึงเงินอีกประเภทหนึ่งไม่เพราะหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้างกับการจ่ายค่าชดเชยหรือสินจ้างดังกล่าวตามกฎหมาย.อาจกำหนดแตกต่างกันได้การกระทำของลูกจ้างกรณีเดียวกันจึงอาจเป็นความผิดตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้างและในคราวเดียวกันอาจไม่เป็นความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ได้.ซึ่งจะทำให้สิทธิที่จะได้รับเงินดังกล่าวแตกต่างกันได้ฉะนั้นเมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่โจทก์ไม่ได้ไปทำงานตามปกติเพราะเหตุที่ถูกควบคุมตัวนั้นไม่ใช่เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร.โดยยังมิได้วินิจฉัยว่าเป็นความผิดตามระเบียบข้อบังคับจำเลยซึ่งจำเลยมีสิทธิปฏิเสธไม่จ่ายเงินบำเหน็จและจะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงและเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตา583หรือไม่แล้วจึงเป็นการวินิจฉัยไม่ครบถ้วนทุกประเด็นตามข้อต่อสู้ของจำเลยจำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเหล่านี้ต่อไป.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)โจทก์ ฟ้อง ขอ ให้ จำเลย จ่าย เงิน บำเหน็จ ค่าชดเชย และ สินจ้าง แทนการ บอกล่าว ล่วงหน้า จาก การ ที่ จำเลย เลิกจ้าง โจทก์ จำเลย ให้การว่า จำเลย ไม่ ต้อง จ่าย เงิน ใดๆ ให้ แก่ โจทก์ เนื่องจาก โจทก์ปฏิบัติ ผิด วินัย อ