การกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และการคำนวณดอกเบี้ยสำหรับค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้น
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21 ให้กำหนดค่าทดแทนโดยคำนึงถึงราคาซื้อขายตามปกติในท้องตลาด สภาพที่ดิน และประโยชน์ใช้สอย ส่วนมาตรา 22 ให้ดุลพินิจกำหนดต่ำกว่ามาตรา 21 ได้ แต่ไม่บังคับให้ต่ำกว่าเสมอไป ดอกเบี้ยตามมาตรา 26 วรรคสุดท้าย เริ่มนับแต่วันที่ต้องวางเงินค่าทดแทนตา
ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 14 มีนาคม 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3
ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเพื่อสร้างที่เก็บกักน้ำ เป็นที่ดินติดถนนซอย มีทางสาธารณะเข้าออกหลายทาง ปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง มะพร้าว กล้วย ไม่ได้ถูกขุดหน้าดิน เป็นแปลงเล็กเหมาะแก่การปลูกสร้างที่อยู่อาศัย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2107/2540นาง พิศพรร ณ วิจัย ธรรมโจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 76, ม. 720 ป.วิ.พ. ม. 84 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 6, ม. 10, ม. 11, ม. 21, ม. 22, ม. 26 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงหนองบอน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2531 โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่า ค่าทดแทนที่ดินที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กำหนดให้แก่โจทก์ตำกว่าราคาซื้อขายกันตามปกติในท้องในท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ไม่เป็นธรรม จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องหาพยานมาสนับสนุนข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวให้มีน้ำหนักรับฟังได้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ไม่มีบทบัญญัติให้จ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับค่าเสียหายทางจิตใจไว้ผู้ถูกเวนคืนจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายในส่วนนี้ ที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนเป็นที่ดินติดถนนซอยและที่มีทางสาธารณะเข้าออกได้หลายทาง ภายในที่ดินมีการปลูกผลอาสินจำพวกมะม่วง มะพร้าว และกล้วย มิได้ถูกขุดหน้าดินให้เป็นหลุมเป็นบ่อทั้งเป็นที่ดินแปลงเล็กเหมาะแก่การใช้เป็นที่ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินของโจทก์ตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ มีราคาสูงกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กำหนดให้ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นจากที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กำหนดได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ของมาตรา 21(1) ถึง(5)