ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2540นาย สม พงษ์ สงวน ทรงโจทก์นาย วินิต นพรัตน์จำเลย ป.พ.พ. ม. 586, ม. 587, ม. 593, ม. 596จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 11 คูหาโจทก์ได้ก่อสร้างมาระยะหนึ่งก็หยุดไม่ทำต่อไป เมื่อโจทก์ทิ้งงานแล้ว จำเลยได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน โดยระบุแสดงเจตนาไว้ว่าไม่ให้โจทก์มาเกี่ยวข้อง ในการก่อสร้างต่อไป และจำเลยได้สอบถามคนงานว่าสามารถทำงานต่อไปได้หรือไม่ หัวหน้าคนงานของโจทก์ก็ตอบว่าสามารถทำงานต่อไปได้แม้จะไม่มีโจทก์ก็ตามและได้ทำงานต่อไปจนเสร็จโดยจำเลยเป็นผู้จ่ายค่าแรงให้แก่คนงานดังกล่าว การที่โจทก์ไม่ประสงค์จะทำงานให้จำเลยโดยทิ้งงานไป จำเลยก็แสดงเจตนาที่ไม่ต้องการให้โจทก์ทำงานตามสัญญาต่อไปอีก สัญญาก่อสร้างอาคารระหว่างโจทก์จำเลย เป็นอันเลิกกันโดยปริยาย หลังจากโจทก์ทิ้งงานแล้ว คนงานอื่น ๆ ของโจทก์อีกประมาณ80 คน ก็ทำงานต่อในฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลย เช่นนี้คนงานของโจทก์ที่ทำงานต่อไปจึงทำในฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลยมิใช่ในฐานะเป็นลูกจ้างของโจทก์ การที่จำเลยจ่ายค่าจ้างแก่คนงานที่ทำงานหลังจากโจทก์ทิ้งงานต่อไปจนเสร็จดังกล่าวหาใช่เป็นการจ่ายแทนโจทก์ จำเลยจึงไม่อาจเรียกค่าแรงงานในส่วนนี้จากโจทก์ตามฟ้องแย้งได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2533 จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์รับเหมาก่อสร้างอาคารพาณิชย์ที่ตำบลบางซ้ายอำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของโครงการทั้งหมด 11 คูหา ตกลงคิดค่าใช้จ่ายเป็นการจ้างเหมารวมค่าวัสดุและค่าแรงในการก่อสร้างรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,043,000บาท โจทก์ตกลงรับทำงานตามโครงการของจำเลยให้จนเสร็จ และจำเลยตกลงให้ค่าจ้างแก่โจทก์เป็นงวด เมื่องานแต่ละส่วนเสร็จในการก่อสร้างโจทก์เป็นผู้จั