ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4122/2540บริษัท แอล.ซี.เค . กลการ จำกัดโจทก์นาย พรชัย สุวิจิตรพงษ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 5, ม. 324, ม. 333 ป.วิ.พ. ม. 147, ม. 278, ม. 295จำเลยที่ 1 ได้นำรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อพร้อมกับค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียมไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์และแจ้งให้โจทก์ทราบแล้วก่อนโจทก์ขอหมายบังคับคดี ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับคดีอีกต่อไป การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2โดยผิดหลงว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีสิทธิเรียกโจทก์มาถอนการยึดทรัพย์รายนี้ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 1 นำมาวางต่อสำนักงานวางทรัพย์มีสภาพเสื่อมโทรมโจทก์จึงไม่รับนั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาเพียงว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถจักรยานยนต์ ฯลฯ เท่านั้น มิได้ระบุว่ารถจักรยานยนต์จะต้องมีสภาพอย่างไรและโจทก์มิได้ฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุดคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ออกคำบังคับและหมายบังคับคดี โดยโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 86824 พร้อมอาคารพาณิชย์3 ชั้น จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 1ได้นำรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อและค่าเสียหายไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์เพื่อชำระหนี้ โดยได้แจ้งให้โจทก์ทราบแล้วแต่โจทก์ไม่ยอมรับและได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 จึงขอให้ศาลถอนการยึดศาลชั้นต้นได้ดำเนินการนัดคู่กรณีมาพร้อมกัน เจ้าพนักงานบังคับคดียืนยันว่าการบังคับคดีโดยการยึดทรัพย์