ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4227/2540

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิของเจ้าของรวมในการโอนส่วนของตนและการใช้ทรัพย์สินร่วมกัน

หลักกฎหมาย

เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิใช้ทรัพย์สินได้ หากการใช้นั้นไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ และจะจำหน่ายส่วนของตนหรือจำนองหรือก่อให้เกิดภาระติดพันก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1360 และ 1361 การโอนขายที่ดินส่วนของตนเพื่อให้ผู้รับโอนเข้ามาใช้ทรัพย์เป็นสิทธิที่กฎหมายรับรอง ไม่เป็นเจตนาลวงหรือนิติกรรมอำพราง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นแทนจำเลยทั้งเจ็ดรวม 3,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินสองโฉนดร่วมกับจำเลย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างถนนใช้ร่วมกัน จำเลยที่ 1 และที่ 3 โอนขายที่ดินส่วนของตนให้แก่จำเลยอื่นเพื่อให้เข้ามาใช้ที่ดิน ต่อมาจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าของรวมได้สร้างถนนต่อไปจนตลอดโดยความรู้เห็นยินยอมของจำเลยอื่นผู้เป็นเจ้าของรวมทุกคน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4227/2540นาย เชาว์ ภู่ เจริญ ยศโจทก์นาง ประจวบ แต่งตั้ง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 194, ม. 237, ม. 420, ม. 1298, ม. 1360, ม. 1361, ม. 1387 ป.วิ.พ. ม. ตาราง 6 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิใช้ทรัพย์สินได้ หากการ ใช้นั้นไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ และจะ จำหน่ายส่วนของตนหรือจำนองหรือก่อให้เกิดภาระติดพันก็ได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 และ 1361จำเลยที่ 1 และที่ 3 โอนขายที่ดินส่วนของตนให้แก่จำเลยอื่นและโอนขายให้แก่กัน เพื่อให้จำเลยทั้งเจ็ดเข้ามาใช้ที่ดินที่โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวม จึงเป็นสิทธิของเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆที่จะกระทำได้ แม้การโอนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้จำเลยผู้รับโอนเข้ามาใช้ทรัพย์ก็ตาม แต่เมื่อเป็นสิทธิซึ่งกฎหมายรับรองให้มีขึ้นจากการเป็นเจ้าของรวม กรณีมิใช่เป็นเจตนาลวงหรือนิติกรรมอำพราง โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอน การที่โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 1675และ 1676 ร่วมกับจำเลย ก็เพื่อประโยชน์ในการที่โจทก์จำเลย จะสร้างถนนใช้ร่วมกันทั้งลักษณะของที่ดินทั้งสองโฉนดเป็น รูปยาวขนานกันไปประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ส่วนที่เหลือจากการ สร้างถนนจึงไม่เหมาะสมที่จะใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีกเมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีข้อตกลงให้โจทก์สร้างถนนยาวตลอดที่ดินเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของจำเลยแปลงที่อยู่ด้านใน แต่โจทก์สร้างไม่เต็มตามที่ตกลงไว้ คงสร้างเฉพาะส่วนที่โจทก์ใช้ประโยชน์เท่านั้น ต่อมาจำเลยอื่นซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งได้สร้างถนนต่อไปจนตลอดเพื่อใช้ร่วมกัน โดยความรู้ความเห็น ยินยอมของจำเลยอื่นผู้เป็นเจ้าของรวมทุกคน ตรงตาม วัตถุประสงค์แห่งเจ้าของรวม การใช้สิทธิของจำเลยและ จำเลยอื่นจึง