ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4461/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4461/2540พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสักโจทก์นาย หำหรืออั้ง แก้วทุมจำเลย ป.วิ.อ. ม. 80, ม. 81, ม. 92 (2), ม. 96 (2)จ่าสิบตำรวจ ส. และร้อยตำรวจเอก ป.จับจำเลยได้ ขณะที่จำเลยกำลังขายวัตถุออกฤทธิ์ให้แก่จ่าสิบตำรวจ ส. ผู้ล่อซื้อ ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าขณะนั้นธนบัตรที่ใช้ล่อซื้ออยู่ที่จำเลยและจำเลยดิ้นรนต่อสู้ ถ้าปล่อยให้เนิ่นช้ากว่าจะนำหมายจับและหมายค้นมาได้ จำเลยอาจหลบหนีและพยานหลักฐานอาจสูญหายจึงเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง จ่าสิบตำรวจ ส. และร้อยตำรวจเอกป.จึงมีอำนาจเข้าไปในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุอันเป็นที่รโหฐานในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องมีหมายค้น และมีอำนาจจับจำเลยซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดได้โดยไม่ต้องมีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 80,81 ประกอบมาตรา 92(2) และมาตรา 96(2)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 89, 116คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4, 5, 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89, 116 ให้ลงโทษจำคุก 5 ปีจำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวน มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือน คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับไม่มีอำนาจจับและเป็นการจับจำเลยในที่รโหฐานในเวลากลางคืนโดยไม่มีหมายค้นด้วย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าจ่าสิบตำรวจสมพลและร้อยตำรวจเอกประเสริฐจับจำเลย