การจัดประเภทภาษีการค้าสำหรับรายรับจากธุรกิจบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดฉุกเฉิน และค่าเก็บรักษาแจกจ่ายเช็คเดินทาง
ธุรกิจบัตรเครดิตที่โจทก์ดำเนินการเป็นการรับซื้อสิทธิเรียกร้องในหนี้ค่าสินค้าหรือบริการจากสถานธุรกิจ มิใช่รับจัดธุรกิจให้ผู้อื่น จึงไม่ใช่ประเภทการค้า 10 (นายหน้าและตัวแทน) แต่เป็นกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามประเภทการค้า 12 การให้บริการเบิกถอนเงินสดฉุกเฉินแม้โจทก์มิใช่ธนาคารก็ถือเป็นกิจการเยี่ยงธนาคา
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลาง ให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าประเภท 10 และให้โจทก์เสียภาษีการค้าประเภท 12 สำหรับรายรับจากบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดฉุกเฉิน และประเภท 4 สำหรับรายรับจากค่าเก็บรักษาและแจกจ่ายเช็คเดินทาง
โจทก์ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตโดยออกบัตรให้สมาชิกใช้ซื้อสินค้าหรือบริการจากสถานธุรกิจคู่สัญญา โจทก์ชำระเงินให้สถานธุรกิจโดยหักส่วนลดร้อยละ 3-3.5 แล้วเรียกเก็บจากสมาชิก หากสมาชิกไม่ชำระ โจทก์คิดดอกเบี้ยและไม่มีสิทธิไล่เบี้ยจากสถานธุรกิจ โจทก์ให้บริการเบิกถอนเงินสดฉุกเฉินจากเครื่อง ATM คิดค่าธรรมเนียมร้อ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5566/2540บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพ รส ( ไทย ) จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.พ.พ. ม. 587 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 4 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 10 ป.รัษฎากร บัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12โจทก์ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับบัตรเครดิต โดยโจทก์จะออกบัตรเครดิตของโจทก์ให้แก่สมาชิกเพื่อนำไปใช้ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากสถานธุรกิจที่เป็นคู่สัญญากับโจทก์ว่าจะรับบัตรเครดิตของโจทก์แทนการรับชำระหนี้ด้วยเงินสดโดยให้ผู้ใช้เครดิตลงลายมือชื่อไว้ในใบบันทึกการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแล้วสถานธุรกิจดังกล่าวจะนำใบบันทึกดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการจากโจทก์ โจทก์จะชำระเงินตามจำนวนในบันทึกให้แก่สถานธุรกิจโดยหักส่วนลดไว้ร้อยละ 3ถึง 3.5 จากนั้นโจทก์จะไปเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการตามใบบันทึกจากสมาชิกผู้ใช้บัตรเครดิต หากสมาชิกไม่ชำระเงินให้โจทก์ภายในกำหนดเวลา โจทก์จะคิดดอกเบี้ยจากจำนวนเงินที่ค้างชำระจนกว่าสมาชิกจะชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับสมาชิกผู้ถือบัตร หากโจทก์เก็บเงินจากสมาชิกไม่ได้ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิไปไล่เบี้ยหรือเรียกคืนจากสถานธุรกิจดังนี้ การดำเนินกิจการของโจทก์จึงมิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์รับเก็บหนี้สินแทนสถานธุรกิจ หากแต่เป็นเรื่องที่สถานธุรกิจโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ค่าสินค้าหรือบริการให้แก่โจทก์โดยโจทก์ใช้เงินทุนของโจทก์ในการรับซื้อสิทธิเรียกร้องในหนี้ค่าสินค้าหรือค่าบริการจากสถานธุรกิจที่เป็นคู่สัญญากับโจทก์ การดำเนินกิจการของโจทก์จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ประกอบธุรกิจของโจทก์เองมิใช่รับจัดธุรกิจให้ผู้อื่น รายรับของโจทก์จากกิจการดังกล่าวคือรายรับจากส่วนลดค่าสินค้าหรือบ