ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 4251/2529

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของลูกจ้างที่เรียกร้องให้นายจ้างชี้แจงและนัดแนะให้ลูกจ้างรวมตัวกัน โดยนายจ้างยังไม่ได้รับความเสียหาย ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานกรณีร้าย

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจะชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อการกระทำของลูกจ้างเป็นความผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามข้อบังคับของนายจ้าง ซึ่งต้องพิจารณาว่านายจ้างได้รับความเสียหายแล้วหรือไม่ หากยังไม่ได้รับความเสียหาย ก็ไม่ถือว่าเป็นกรณีร้ายแรง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งสอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นผู้นำเรียกร้องให้จำเลยชี้แจงกรณีลูกจ้างถูกจับกุม และนัดแนะให้ลูกจ้างรวมตัวกัน เมื่อจำเลยให้ตำรวจชี้แจงแล้ว โจทก์ยังไม่พอใจและนัดแนะให้ลูกจ้างคอยฟังรายละเอียดในตอนเย็น แต่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยยังไม่ได้รับความเสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 4251/2529นาย สุรัตน์ ชมพล กับพวกโจทก์บริษัท กฤษณ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3)โจทก์เป็นผู้นำเรียกร้องให้จำเลยชี้แจง กรณีด.ลูกจ้างคนหนึ่งของจำเลยถูกตำรวจจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ของจำเลยกับนัดแนะให้ลูกจ้างรวมตัวกันเพื่อกระทำการอย่างหนึ่งเมื่อจำเลยให้ตำรวจชี้แจงในเรื่องดังกล่าวแล้วโจทก์ยังไม่พอใจได้นัดแนะให้ลูกจ้างคอยฟังรายละเอียดในตอนเย็นวันนั้นเมื่อการกระทำของโจทก์ดังกล่าวศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยยังไม่ได้รับความเสียหายกรณีจึงยังไม่เข้าเหตุตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ว่าลูกจ้างได้ทำให้ทรัพย์สินของบริษัทเสียหายซึ่งจำเลยถือเป็นเหตุที่ร้ายแรงถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ47และยังไม่เป็นความผิดอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา583จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุดังกล่าวจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองเพราะโจทก์ทั้งสองได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกรณีนายดาวรุ่งถูกหาว่าลักทรัพย์และถูกเจ้าหน้าที่ของจำเลยรุมทำร้าย จึงขอให้จำเลยชี้แจงข้อเท็จจริง แต่จำเลยหาว่าโจทก์ทั้งสองปลุกระดมพนักงานและฝ่าฝืนข้อบังคับอย่างร้ายแรงซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองมีเจตนาทำให้จำเลยได้รับความเสียหายโดยการปลุกระดมชักชวนให้พนักงานของจำเลยหยุดเครื่องจักรผสมซีเมนต์ทำการต่อต้านและยุยงไม่ให