การปรับใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยเมื่อกฎหมายเปลี่ยนแปลงภายหลังกระทำความผิด และการรอการลงโทษ
เมื่อกฎหมายเปลี่ยนแปลงภายหลังการกระทำความผิด ต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 3 วรรคหนึ่ง โดยเปรียบเทียบโทษขั้นสูงและขั้นต่ำของกฎหมายทั้งสองฉบับ
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157 ทวิ วรรคหนึ่ง และให้จำคุก 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ
จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนซึ่งขณะกระทำความผิดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ต่อมาประกาศกระทรวงสาธารณสุขเปลี่ยนแปลงให้เมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ทำให้กฎหมายที่ใช้บังคับเปลี่ยนแปลงไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6142/2540พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์โจทก์นาย ใส จบ ไต รเภทจำเลย ป.อ. ม. 3, ม. 56 ป.วิ.อ. ม. 185, ม. 215, ม. 225 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม. 62 ตรี, ม. 106 ตรี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 57, ม. 91 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม. 43 ทวิ, ม. 157 ทวิ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97 (พ.ศ.2539) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2539) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ขณะจำเลยกระทำความผิด การเสพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 62 ตรี ต้องรับโทษตามมาตรา 106 ตรี ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97(พ.ศ. 2539)ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ระบุชื่อและจัดแบ่งประเภทวัตถุออกฤทธิ์ตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ เดิมทุกฉบับและให้วัตถุออกฤทธิ์ที่ระบุชื่อในบัญชีท้ายประกาศเป็นวัตถุออกฤทธิ์ตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ ซึ่งตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าวมิได้ระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์อีกต่อไป ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 135(พ.ศ. 2539) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522ซึ่งตามบัญชีท้ายประกาศลำดับที่ 20 ระบุชื่อเมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ เท่านั้น จึงมีผลให้การเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพต