ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6188/2540
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6188/2540นาง ประไพ แซ่ใช่หรือแซ่ ใช้โจทก์นาง นพ วุฒิจันทร์ โดยนายศักดา วุฒิ จันทร์จำเลยผู้ เข้า เป็น คู่ความ แทนจำเลย ป.พ.พ. ม. 159, ม. 162, ม. 176, ม. 378, ม. 391, ม. 456จำเลยทราบดีว่าที่ดินที่จำเลยเสนอขายที่ดินให้แก่โจทก์ที่ระบุว่าที่ดินมีเนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 37 ตารางวาความจริงที่ดินมีเนื้อที่เพียง 4 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวาเท่านั้น จึงเป็นกรณีที่จำเลยใช้กลฉ้อฉล ลวงโจทก์ให้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับจำเลย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ซื้อที่ดินจากจำเลยเพื่อนำไปขายต่อให้บุคคลอื่น ดังนี้จำนวนเนื้อที่ของที่ดินย่อมเป็นข้อสาระสำคัญของสัญญา การที่จำเลยทราบจำนวนเนื้อที่ดินในขณะทำสัญญาว่าขาดจำนวนไปกว่าครึ่งหนึ่งของเนื้อที่ดินที่ระบุไว้ในสัญญาแต่กลับนิ่งเฉย เสีย ไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ กรณีถือได้ว่าเป็นกลฉ้อฉลที่ถึงขนาดซึ่งถ้ามิได้มีกลฉ้อฉลดังกล่าวสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์กับจำเลยคงจะมิได้กระทำขึ้นสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นโมฆียะ เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์กับจำเลย ดังกล่าวจึงเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมโจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินมัดจำได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2536 จำเลยเสนอขายที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 100 หมู่ที่ 4ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานีแก่โจทก์ในราคาไร่ละ 150,000 บาท โดยหลอกลวงว่าที่ดินมีเนื้อที่10 ไร่ 2 งาน 37 ตารางวา และทางราชการจะตัดถนนผ่านที่ดินไปสู่อำเภอพุนพินและมีถนนซอยผ่านเข้าไปในที่ดินดังกล่าว โจทก์หลงเชื่อจึงตกลงซื้อที่ดินจากจำเลยทั้งแปลงในราคา 1,575,000 บาทโดยวางเงินมัดจำ 300,000 บาท ตกลงชำระส่วนที่เหลือและโ