การเลิกจ้างพนักงานที่ทำหนังสือถึงประธานกรรมการบริษัทเพื่อเสนอปัญหาการบริหารงานของผู้จัดการทั่วไป โดยมีข้อความวิจารณ์การทำงาน ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เ
การที่พนักงานซึ่งเป็นฝ่ายบริหารระดับสูงทำหนังสือถึงประธานกรรมการเพื่อเสนอปัญหาและข้อควรปรับปรุงเกี่ยวกับการบริหารงานของผู้จัดการทั่วไป โดยถ้อยคำไม่มีการดูถูกดูหมิ่น ไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชาหรือเป็นกรณีร้ายแรง การเลิกจ้างพนักงานโดยอาศัยเหตุดังกล่าวจึงเป็นการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควรแ
จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควรและเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์
โจทก์ทำงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล ได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการบริษัทจำเลยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2540 เกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานของผู้จัดการทั่วไป โดยมีข้อความว่า 'ผู้จัดการทั่วไปขาดการเรียนรู้ถึงการบริหารงาน ทำงานไม่เป็น ปฏิบัติไปในทางลิดรอนสิทธิอำนาจในการบริหารงานของหัวหน้าแผนก งานทุกอย่างจะต้อ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2541นาง คลอฤดี ไตลังคะโจทก์บริษัท แอมเทล กรุ๊ป กรุงเทพ จำกัดจำเลย ป.อ. ม. 328, ม. 393 ป.พ.พ. ม. 583 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2), ข้อ 47(3)โจทก์ทำงานกับจำเลยในหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลการที่โจทก์เห็นปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารของผู้จัดการทั่วไป โจทก์จึงมีหนังสือถึงประธานกรรมการจำเลยซึ่งมีข้อความว่า "ผู้จัดการทั่วไปขาดการเรียนรู้ถึงการบริหารงาน ทำงานไม่เป็น ปฏิบัติไป ในทางลิดรอนสิทธิอำนาจในการบริหารงานของหัวหน้าแผนก งานทุกอย่างจะต้องผ่านการเห็นชอบทำให้พนักงานทำงานกันไม่ได้ เต็มที่เนื่องจากการหวาดกลัว การวิตกว่าจะถูกตัดค่าจ้าง และหรือจ่ายค่าชดเชยแก่โรงแรม" และขอเข้าพบประธานกรรมการเพื่อต้องการเสนอปัญหา และประสงค์ที่จะเสนอข้ออันควรปรับปรุงแก้ไขต่อประธานกรรมการผู้มีอำนาจในการตัดสินใจได้ อันเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่เป็นฝ่ายบริหารระดับสูงด้วยคนหนึ่งเท่านั้นทั้งถ้อยคำตามหนังสือไม่มีข้อความตอนใดดูถูกดูหมิ่นอันเป็นการหมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลใด ๆ ของจำเลยอันถือได้ว่าเป็นกรณีร้ายแรง การกระทำของโจทก์อาจเป็น ผลดีต่อจำเลยก็ได้ เมื่อโจทก์ไม่มีความผิดใดในอันที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยชอบ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จึงเป็นการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควรและเป็นการเลิกจ้าง ที่ไม่เป็นธรรม จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าและค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงาน ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2540 จำเลยได้ห