ฟ้องเคลือบคลุมและอำนาจฟ้องเมื่อที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยปริยาย
ที่ดินที่เจ้าของเดิมอุทิศให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายย่อมตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน เจ้าของเดิมไม่มีกรรมสิทธิ์และจะโอนแก่กันไม่ได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยสำนวนนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนในโครงการจัดสรรที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมจัดทำไว้ใช้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ และเจ้าของที่ดินเดิมยินยอมให้ประชาชนทั่วไปและผู้ที่พักอาศัยในหมู่บ้านจัดสรรใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นระยะเวลาติดต่อกันมานานมากแล้ว เจ้าของที่ดินเดิมได้อุทิศที่ดินส่วนที่เป็นถนนให้เป็นทางสาธารณะโดยปร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2541นาย เชิด บัว เป รมโจทก์นาย วิชัย สิทธิมงคลชัยจำเลย ป.พ.พ. ม. 535, ม. 1298, ม. 1304, ม. 1336 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 144, ม. 172 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมและไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ประเด็นในเรื่องนี้จึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นสืบพยานและพิพากษาใหม่แต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่แล้ว จำเลยจะอุทธรณ์โต้แย้ง ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมอีกไม่ได้ เพราะเป็นการดำเนิน กระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทตกเป็นทางสาธารณประโยชน์โดยปริยายแล้ว การซื้อขายระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมขัดต่อกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาครั้งแรกได้วินิจฉัยเพียงว่า ไม่มีกฎหมายใดบังคับว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะขายที่ดินของตนที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรให้แก่บุคคลอื่นไม่ได้ โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาจากเจ้าของที่ดินเดิมโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โดยยังมิได้วินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยปริยายหรือไม่ อันจะเป็นข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การปรับบทกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องตามที่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้หรือไม่ ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยจะขอให้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทนี้อีกไม่ได้ เพราะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในครั้งแรกแล้วเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยประเด็นข้อนี้โดย ไม่ต้องย้อนสำนวน เจ้าของที่ดินเดิมได้อุทิศที่ดินส่วนท