ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3507/2541

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ และการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

หลักกฎหมาย

ฟ้องที่บรรยายสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาโดยแจ้งชัด ย่อมชอบด้วยกฎหมาย ไม่เคลือบคลุม แม้โจทก์ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง แต่ไม่ถึงขั้นทุจริตหรือจงใจทำให้เสียหาย การเลิกจ้างมีเหตุสมควร ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพราะไม่ได้ตัก

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชย 121,200 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 26,933 บาท และเงินบำเหน็จ 665,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (26 กันยายน 2539) จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นผู้จัดการสาขาถูกเลิกจ้างเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่บกพร่องในการอนุมัติสินเชื่อ แต่ไม่ปรากฏว่าทุจริตหรือจงใจทำให้เสียหาย จำเลยเลิกจ้างโดยไม่ได้ตักเตือนเป็นหนังสือก่อน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3507/2541นาย ประพันธ์ โล่ห์ สกุลโจทก์ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด ( มหาชน ) กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ป.วิ.พ. ม. 172 วรรคสอง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 10 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47ฟ้องโจทก์บรรยายว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนมิได้ เป็นไปโดยรอบคอบเป็นเหตุให้จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจาก การเป็นลูกจ้างของจำเลย การเลิกจ้างที่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ก่อน เป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็น การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเนื่องจากโจทก์มิได้กระทำผิดตามที่ ถูกกล่าวหาทำให้โจทก์เสียหาย เป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลัก แห่งข้อหาและคำขอบังคับที่ให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงาน ให้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ค่าขาดรายได้ประจำเงินโบนัส ส่วนรายละเอียดในการจ้าง การเลิกจ้าง และข้อกล่าวหาที่คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกล่าวหาว่าโจทก์กระทำความผิด เป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาคำฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม แม้โจทก์มีส่วนร่วมในความผิดพลาดในการวิเคราะห์ลูกหนี้และการประเมินราคาหลักทรัพย์ และโจทก์ประเมินความสามารถในการชำระหนี้โดยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังให้รอบคอบเพียงพอให้สมกับตำแหน่งผู้จัดการสาขาธนาคารจำเลยที่มีหน้าที่ดูแลระมัดระวังผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามระเบียบ