ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2529
ประเด็นกฎหมาย
รายรับจากการประกอบกิจการคลังสินค้าตามประมวลรัษฎากร หมายความรวมถึงค่าขนส่งที่โจทก์ทดรองจ่ายแทนผู้ฝากสินค้าหรือไม่ และโจทก์มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่า
หลักกฎหมาย
นายคลังสินค้าคือผู้รับทำการเก็บรักษาสินค้าเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ขนสินค้าเข้า-ออก ดังนั้นรายรับจากการประกอบการคลังสินค้าคือค่าบำเหน็จในการเก็บรักษาสินค้าหรือค่ารับฝากสินค้าเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าขนส่ง เงินที่โจทก์ทดรองจ่ายค่าจ้างขนสินค้าให้แก่ผู้รับขนแทนผู้ฝากสินค้า เป็นรายรับของผู้รับขนตาม ป.พ.พ. มาตรา
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยเฉพาะเรื่องภาษีการค้าตามคำวินิจฉัยที่ 70/2524 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์ประกอบกิจการคลังสินค้า รับฝากน้ำตาล โดยคิดค่าฝากกระสอบละ 80 สตางค์ถึงหนึ่งบาทต่อเดือน โจทก์ได้ทดรองจ่ายค่าจ้างขนน้ำตาลเข้าและออกจากคลังสินค้าให้แก่ผู้รับขนแทนผู้ฝากสินค้า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าโดยนำค่าขนถ่ายสินค้าที่โจทก์จ่ายทดรองมารวมเป็นรายรับของโจทก์ แล
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2529บริษัท บุญเจริญคลังสินค้าโจทก์กรม สรรพากร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 610, ม. 770, ม. 771 ป.รัษฎากร ม. 50, ม. 54, บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 6, บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 8ตามประมวลรัษฎากรไม่ได้บัญญัติว่ารายรับจากการค้าประเภทคลังสินค้าหมายถึงอะไรจึงต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา770และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา770,771นายคลังสินค้าคือผู้รับทำการเก็บรักษาสินค้าเท่านั้นกฎหมายหาได้กำหนดให้นายคลังสินค้าต้องมีหน้าที่ขนสินค้ามาเข้าหรือออกจากคลังสินค้าของตนด้วยไม่ฉะนั้นรายรับจากการประกอบการคลังสินค้าก็คือค่าบำเหน็จในการเก็บรักษาสินค้าหรือค่ารับฝากสินค้าเท่านั้นหารวมถึงค่าขนส่งไม่การที่โจทก์ซึ่งเป็นนายคลังสินค้าได้ออกทดรองจ่ายค่าจ้างขนสินค้าให้แก่ผู้รับขนแทนผู้ฝากสินค้าไปนั้นเงินทดรองจ่ายค่าขนสินค้าของผู้ฝากนี้เป็นรายรับของผู้รับขนซึ่งผู้ฝากสินค้ามีหน้าที่ต้องจ่ายตามสัญญาหาใช่รายรับของโจทก์ซึ่งเป็นนายคลังสินค้าโจทก์จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีการค้าในเงินค่ารับขนที่ได้ทดรองจ่ายแทนผู้ฝากไป. โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างต้องหักภาษีเงินได้ของลูกจ้างไว้จากเงินได้ของลูกจ้างตามประมวลรัษฎากรมาตรา50เมื่อโจทก์ไม่หักภาษีไว้โจทก์มีหน้าที่ต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างตามประมวลรัษฎากรมาตรา54.โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ เป็น ผู้ ประกอบ การค้า ประเภท คลังสินค้าเมื่อ ประมาณ เดือน กันยายน 2521 เจ้าพนักงาน ประเมิน ของ จำเลย ที่ 1ได้ ประเมิน ให้ โจทก์ เสีย ภาษี การค้า พร้อมทั้ง เงิน เพิ่ม และเบี้ยปรับ โดย นำ ค่า ขนถ่าย สินค้า ซึ่ง โจทก์ ได้ จ่าย ทดรอง ให้แก่ ผู้รับขน แทน ลูกค้า ไป มา รวม คำนวณ เป็น รายรับ