ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5496/2541พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุดโจทก์นาง จิราภรณ์ แก้ว วงศ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 797, ม. 798, ม. 800 ป.วิ.อ. ม. 2 (7), ม. 39 (2), ม. 121, ม. 123ตามหนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ ผู้เสียหายระบุให้จ. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งต่อพนักงานสอบสวนในเหตุความผิดทั้งหลายซึ่งได้มีผู้กระทำขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายย่อมเป็นการมอบอำนาจโดยชัดแจ้งให้ จ. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว บันทึกการตกลงชดใช้ค่าเสียหายที่จำเลยยอมตกลงโอนสิทธิ และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เสียหายภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งมีผลผูกพันกันเฉพาะทางแพ่งเมื่อไม่มีข้อความตอนใดเลยที่แสดงว่าผู้เสียหายตกลงไม่ติดใจเอาความในทางอาญาแก่จำเลย จึงไม่เป็นการยอมความ ทางอาญาโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง ของผู้เสียหายจึงไม่ระงับโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2539 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2539 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2539 และวันที่ 8 มีนาคม 2539 เวลากลางวัน จำเลยลักเอาเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบางนาเช็คเลขที่ 4073023, 4073025, 4073028 และ 4073033 สั่งจ่ายวันที่30 มกราคม 2539 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2539 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2539และวันที่ 8 มีนาคม 2539 ตามลำดับ จำนวนเงินฉบับละ 98,250 บาทของห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามโมเดิร์นออยล์ ผู้เสียหายซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลย แล้วจำเลยนำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินและได้รับเงินไปแล้วโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 91และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 393,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเล