ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานและพิพากษาคดีไปนั้นชอบหรือไม่ และการพิพากษาให้แบ่งแยกที่ดินพิพาทตามส่วนโดยกำหนดวิธีการแบ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364 เป็นการพิพา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ให้อำนาจศาลในการวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำเข้าสู่กระบวนพิจารณาเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีหรือไม่ เมื่อคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงและแผนที่วิวาทถูกต้อง ศาลย่อมมีคำสั่งงดสืบพยานได้โดยชอบ และเมื่อโจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทอย่างบรรยายส
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ได้ที่ดินพิพาทส่วนทางทิศเหนือ จำเลยได้ส่วนทางทิศใต้ตามแนวแผนที่วิวาทลงวันที่ 9 ธันวาคม 2539 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้น 270 บาท แก่โจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีการวม 540 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
โจทก์และจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 13797 โดยโจทก์มีส่วน 96 ส่วน ใน 168 ส่วน จำเลยมีส่วน 72 ส่วน ใน 168 ส่วน ตกลงให้โจทก์ครอบครองที่ดินด้านทิศเหนือ จำเลยครอบครองด้านทิศใต้ แต่มิได้แบ่งแยกแนวเขตที่ดินให้ชัดเจน ทางราชการเวนคืนที่ดินไป 18 ตารางวา ศาลชั้นต้นสั่งให้ทำแผนที่วิวาทซึ่งคู่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5626/2541นาง ภิ รม คล้าย มา ลาโจทก์นาย พยนต์ จันท วงศ์จำเลย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ป.พ.พ. ม. 1364 ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 104, ม. 142 วรรคหนึ่ง, ม. 150, ม. ตาราง 1 ข้อ 1ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104ให้อำนาจแก่ศาลที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่จำเลยและโจทก์นำเข้าสู่กระบวนพิจารณานั้นเป็นการเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีหรือไม่ คดีนี้ศาลชั้นต้นได้ดำเนิน กระบวนพิจารณาอันเป็นสาระสำคัญ โดยสั่งให้ทำแผนที่ วิวาทตามที่คู่ความนำชี้ เมื่อคู่ความแถลงรับว่าแผนที่ วิวาทถูกต้อง และแถลงรับข้อเท็จจริงต่อศาลชั้นต้น ก็เป็น การเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดี การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง งดสืบพยานทั้งสองฝ่าย จึงเป็นการใช้อำนาจศาลตามกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2534 ซึ่งใช้บังคับอยู่ ในขณะนั้นและเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างโจทก์กับจำเลยยังมิได้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ กันเป็นส่วนสัด เมื่อโจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมโดยมิได้แบ่งแยกการครอบครองกันเป็นส่วนสัด ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตามส่วน โดยกำหนดวิธีการแบ่งตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 บัญญัติไว้ได้ไม่เป็นการพิพากษานอกประเด็น หรือพิพากษาเกินคำขอ โจทก์และจำเลยตกลงกันให้โจทก์ครอบครองที่ดินที่เป็น กรรมสิทธิ์รวมด้านทิศเหนือและจำเลยครอบครองด้านทิศใต้ ตามแผนที่วิวาทซึ่งคู่ความรับว่าถูกต้องและจำเลยได้ปลูกบ้าน อยู่ในที่ดินพิพาททางด้านทิศใต้แล้ว หากจะให้เอาที่ดิน พิพาทประมูลขายทอดตลาดแล้วเอาเงินแบ่งให้โจ