ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6032/2541

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6032/2541นาง มา ลี ศรีเกตุโจทก์นาง วัน ดี ลัทธิ ธรรมจำเลย ป.พ.พ. ม. 326 วรรคหนึ่ง, ม. 653 วรรคสอง ป.วิ.พ. ม. 84การที่โจทก์จำเลยตกลงกันระงับหนี้ตามสัญญากู้ฉบับพิพาทที่โจทก์นำมาฟ้อง โดยโจทก์จำเลยตกลงให้ใช้สัญญากู้เงินฉบับใหม่แทน และต่อมาได้มีการชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับใหม่นี้แล้ว การตกลงระงับหนี้ โดยทำสัญญาเป็นหนี้เงินกู้ใหม่เช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องมีใบเสร็จ หรือเวนคืนเอกสารดังที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 326 วรรคหนึ่งบัญญัติไว้ ทั้งไม่ใช่กรณีต้องห้ามการนำสืบตามมาตรา 653 วรรคสอง จำเลยจึงนำสืบได้ ไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 446,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ฉบับตามฟ้องจริงแต่ต่อมาในวันที่ 1 มีนาคม 2537 จำเลยได้ชำระต้นเงินกู้คืนโจทก์จำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จากนั้นโจทก์จำเลยทำสัญญากู้ฉบับใหม่ระบุว่าจำเลยกู้เงินไปจากโจทก์จำนวน 260,000 บาท ซึ่งต่อมาโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลังทั้งหมดคืน และจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แล้ว หนี้ระหว่างโจทก์จำเลยจึงระงับลงโจทก์ไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับตามที่โจทก์นำมาฟ้องอีกศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 446,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากต้นเงินจำนวน300,000 บาท อัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่าเดิมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2536 จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน