การผิดนัดชำระค่าจ้างค้างและดอกเบี้ยนับแต่วันที่ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน
แม้ข้อเท็จจริงจะฟังไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่เมื่อใด แต่การที่จำเลยไม่ยอมจ่ายค่าจ้างค้างแก่โจทก์โดยโจทก์ได้ทวงถามจนกระทั่งโจทก์ยื่นคำร้องต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จำเลยก็ยังไม่ยอมชำระ ถือว่าจำเลยผิดนัดในการชำระค่าจ้างค้างแก่โจทก์แล้ว จำเลยต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันที่โจทก์ยื่นคำร้องด
พิพากษายืน ให้จำเลยชำระค่าจ้างค้าง 115,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ จำเลยไม่เคยจ่ายค่าจ้าง โจทก์ทวงถามเรื่อยมา และยื่นคำร้องต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2539 จำเลยไม่ยอมจ่ายแม้มีคำสั่งให้จ่าย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6261/2541นาง เกษร เชาวนกฤษณกุลโจทก์บริษัท ท่า ศาลา ซูซูกิ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 204 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31แม้ข้อเท็จจริงจะฟังไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่เมื่อใดแต่การที่จำเลยไม่ยอมจ่ายค่าจ้างค้างแก่โจทก์โดยโจทก์ได้ทวงถามจนกระทั่งโจทก์ยื่นคำร้องต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยก็ยัง ไม่ยอมชำระให้นั้น ถือว่าจำเลยผิดนัดในการชำระค่าจ้างค้าง แก่โจทก์แล้ว จำเลยต้องรับผิดในดอกเบี้ยแก่โจทก์นับแต่วันที่ โจทก์ยื่นคำร้องต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นต้นไปโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ จำเลยไม่เคยจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์รวมเป็นเงินค่าจ้างที่ค้างจ่ายจำนวน 145,000 บาท โจทก์ได้ทวงถามแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยได้จ่ายค่าจ้างแก่โจทก์จนครบถ้วนแล้วขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์จำนวน 115,000 บาท และต้องรับผิดในดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2539 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยผิดนัดจ่ายค่าจ้างดังกล่าว พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงิน 115,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ตามอุทธรณ์ข้อ 2.1 และ 2.2 สรุปใจความว่า จำเลยได้จ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ไม่ได้ค้างจ่ายค่าจ้างตามฟ้องนั้น เห็นว่า เป็นการโต้เถียงดุลพินิจใ