สิทธิได้รับเงินบำเหน็จของลูกจ้างที่โอนจากหน่วยงานเดิมมายังรัฐวิสาหกิจตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันการบินพลเรือน พ.ศ. 2535 เมื่อถูกเลิกจ้างเนื่องจากเกษ
การโอนลูกจ้างตามมาตรา 38 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันการบินพลเรือน พ.ศ. 2535 ถือเป็นการสิ้นสุดสัญญาจ้างเดิมและเกิดสัญญาจ้างใหม่ โดยไม่มีการนับอายุงานต่อเนื่อง และเมื่อจำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ ต้องใช้ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ ซึ่งไม่กำหนดให้จ่ายบำเหน็จเมื่อเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับบ
จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จแก่โจทก์ตามฟ้อง
โจทก์เป็นลูกจ้างศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทย ต่อมาโอนมาเป็นลูกจ้างของจำเลย (สถาบันการบินพลเรือน) ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันการบินพลเรือน พ.ศ. 2535 โดยได้รับบำเหน็จจากศูนย์ฝึกฯ ครบถ้วนแล้ว ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเกษียณอายุ โจทก์จึงเรียกร้องบำเหน็จเพิ่มเติม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2542นาย วิชัย ธรรม เจริญโจทก์สถาบัน การบิน พลเรือนจำเลย ป.พ.พ. ม. 575, ม. 577 พ.ร.ฎ.จัดตั้งสถาบันการบินพลเรือน พ.ศ.2535 ม. 38 ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันการบินพลเรือน พ.ศ. 2535มาตรา 38 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้สถาบันการบินพลเรือนจำเลยพิจารณารับโอนพนักงานหรือลูกจ้างของ ศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทย กรมการบินพาณิชย์ซึ่งมีอยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ สบพ. โดยให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง รวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อนจนกว่าผู้ว่าการจะได้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แต่จะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้ และวรรคสอง บัญญัติว่าการโอนลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากงานเพราะทางราชการยุบตำแหน่งหรือทางราชการเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด และให้ได้รับบำเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง บทบัญญัติ แห่งกฎหมายดังกล่าวได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งแล้วว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทยได้โอนมาทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันการบินพลเรือน พ.ศ. 2535สัญญาจ้างระหว่างศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทยกับโจทก์ได้สิ้นสุดลงตามมาตรา 38 วรรคสอง ซึ่งโจทก์ก็ได้รับเงินบำเหน็จจากศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทยครบถ้วนแล้ว การที่โจทก์โอนมาทำงานกับจำเลยจึงเป็นสัญญาว่าจ้างใหม่ต่างหากจากสัญญาเดิม และโดยกฎหมายฉบับดังกล่าวมิได้มีบทบัญญัติให้นับอายุงานโจทก์ต่อเนื่องกัน ฉะ