ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2542

ประเด็นกฎหมาย

การรุกล้ำที่ดินโดยสุจริต: สิ่งปลูกสร้างใดบ้างที่ถือเป็น 'โรงเรือน' ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 และมีสิทธิได้รับภารจำยอมเฉพาะส่วนใด

หลักกฎหมาย

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 คำว่า 'โรงเรือน' หมายถึงบ้านสำหรับอยู่อาศัยเท่านั้น ไม่รวมถึงโรงรถ ท่อน้ำประปา ปั๊มน้ำ และแท็งก์น้ำ และภารจำยอมตามมาตรานี้จำกัดเฉพาะตัวโรงเรือนที่รุกล้ำเท่านั้น ไม่ขยายไปถึงส่วนอื่น

คำวินิจฉัย

ให้โจทก์ทั้งสองไปจดทะเบียนภารจำยอมให้จำเลยเฉพาะส่วนที่โรงเรือนเลขที่ 2/55 ของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสอง โดยให้วัดเป็นแนวดิ่ง ตามแนวชายคาหรือส่วนใดส่วนหนึ่งที่ยื่นล้ำออกจากตัวโรงเรือน ตั้งฉากกับที่ดินของโจทก์ทั้งสองยาวตลอดแนวที่ปลูกสร้างรุกล้ำ ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนภารจำยอมให้จำเลยเป็นผู้ชำระ กับให้จำเลยรื้อถอนแท็งก์น้ำ ปั๊มน้ำ ท่อน้ำประปา โรงรถ และสิ่งของอื่นออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยชำระค่าใช้ที่ดินตามส่วนของที่ดินที่ตกเป็นภารจำยอมตารางวาละ 2,500 บาท ต่อปี แก่โจทก์ทั้งสอง นับแต่วันฟ้องจนกว่าโรงเรือนส่วนที่รุกล้ำจะสลายไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยสร้างบ้านเลขที่ 2/55 รุกล้ำที่ดินโจทก์โดยสุจริต พร้อมทั้งสร้างโรงรถ เดินท่อน้ำประปา ทำปั๊มน้ำและแท็งก์น้ำรุกล้ำที่ดินโจทก์รวมเนื้อที่ประมาณ 13 ตารางวา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2542นาย เศกสิทธิ์ ศ รี สินทรัพย์ กับพวกโจทก์นางสาว เยาวลักษณ์ สุจริตพงศ์ ฯลฯจำเลย ป.พ.พ. ม. 1312 ป.วิ.พ. ม. 161 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312ได้ระบุไว้ชัดแจ้งว่าสร้างโรงเรือนย่อมหมายถึงสร้างบ้าน สำหรับอยู่อาศัยเท่านั้น ดังนั้น โรงรถ ท่อน้ำประปา ปั๊มน้ำ และแท็งก์น้ำจึงมิใช่โรงเรือนตามความหมายของบทบัญญัติ มาตรานี้ และไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโรงเรือนด้วย แม้จำเลยจะสร้างหรือทำรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์โดยสุจริต ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1312 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 บัญญัติให้ จดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอมเฉพาะตัวโรงเรือนที่รุกล้ำเท่านั้น จึงไม่มีผลให้บุคคลผู้สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดิน ของผู้อื่นได้สิทธิภารจำยอมในที่ดินของผู้อื่นอีก 2 เมตร แม้จะมีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กำหนดให้อาคารที่ปลูกใน ที่ดินเอกชนให้ผนังด้านที่มีหน้าต่าง ประตูหรือช่องระบายอากาศ อยู่ห่างเขตที่ดินได้สำหรับชั้นสองลงมาระยะไม่น้อยกว่า 2 เมตร ก็เป็นกรณีที่ผู้ปลูกสร้างอาคารจะต้องปฏิบัติตาม ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่กรณีของจำเลยเป็นการ สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ข้อบัญญัติดังกล่าว ไม่มีผลให้โจทก์ต้องผูกพันในการกระทำของจำเลย โจทก์จึง ไม่ต้องจดทะเบียนภารจำยอมที่ดินของโจทก์ให้แก่จำเลย เพิ่มขึ้นตามข้อบัญญัติดังกล่าวอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรคสองบัญญัติว่า ถ้ามิได้ระบุค่าฤชาธรรมเนียมชนิดใดไว้โดยเฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมนั้นให้รวมถึงค่าป่วยการพยาน ค่าทนายความค่าธรรมเนียมในการส่งเอกสารและบังคับคดี และค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ บรรดาที่ก