ความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาทุจริต กรณีจำเลยสั่งระงับการจ่ายเงินตามเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมซึ่งเกิดจากการแปลงหนี้ใหม่จากเงินมัดจำตามสัญญาซื้
การที่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขาย จำเลยมีสิทธิสั่งระงับการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยกระทำโดยสุจริต จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง เป็นการใช้ดุลพินิจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 มิใช่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น และแม้เช็คพิพาทจะสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมซึ่งเป็นการแปลงหนี้ให
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ตกลงขายที่ดินให้จำเลย จำเลยวางมัดจำบางส่วนเป็นเงินสดและบางส่วนเป็นเช็ค พร้อมทำสัญญากู้ยืมเงิน ต่อมาจำเลยสั่งระงับการจ่ายเช็ค โจทก์ฟ้องอาญา ศาลฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขาย การทำสัญญากู้ยืมเป็นการแปลงหนี้ใหม่ แต่เช็คยังสืบเนื่องจากการวางมัดจำ จำเลยสั่งระงับการจ่ายโดยสุจริตเพื่อป้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2529นาย สันต์ สุธัญญพฤทธิ์โจทก์นาย จตุรพร นาคะเกศจำเลย ป.พ.พ. ม. 349 ป.วิ.อ. ม. 227 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 จำเลยวางมัดจำในวันทำสัญญาซื้อขายที่ดินเป็นเงินสดส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งจ่ายเป็นเช็คพิพาทให้โจทก์พร้อมทั้งทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์โจทก์นำเช็คพิพาทไปขึ้นเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเนื่องจากจำเลยมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายโจทก์มาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯการที่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายจำเลยมีสิทธิสั่งระงับการจ่ายเงินตามเช็คจำเลยกระทำโดยสุจริตจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้องเป็นการใช้ดุลพินิจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา227มิใช่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น โจทก์จำเลยทำสัญญากู้ยืมเป็นการแปลงหนี้ใหม่เพราะเป็นการเปลี่ยนสาระสำคัญแห่งหนี้จากเงินมัดจำเป็นหนี้เงินกู้แม้เช็คพิพาทจำเลยจะสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมแต่ก็เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการวางเงินมัดจำตามสัญญาซื้อขายเมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่โอนที่ดินให้การที่จำเลยสั่งระงับการจ่ายเงินตามเช็คก็เพื่อมิให้ต้องสูญเสียเงินเพิ่มขึ้นจากการผิดสัญญาของโจทก์จำเลยจึงไม่มีเจตนาทุจริตและไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯศาลฎีกา วินิจฉัย ข้อกฎหมาย ว่า 'โจทก์ ฎีกา ใน ปัญหา ข้อแรก ว่าศาลอุทธรณ์ ฟัง ข้อเท็จจริง ผิด จาก สำนวน ศาลฎีกา เห็น ว่า ข้อเท็จจริงที่ คู่ความ นำสืบ ฟัง ได้ ว่า โจทก์ ตกลง ขาย ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้างให้ จำเลย ใน ราคา 11,200,000 บาท ตกลง วางมัดจำ ใน วันทำ หนังสือสัญญา ซื้อขาย คือ วันที่ 2 พฤษภาคม 2523 จำนวน 4,000,000 บาท เงินจำนวน นี้ ให้ ชำ