การคำนวณปริมาณเมทแอมเฟตามีนเพื่อพิจารณาความผิดตามมาตรา 106 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ว่าต้องรวมน้ำหนักของวัตถุตำรับทั้ง
ตามมาตรา 59 และมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ปริมาณของวัตถุออกฤทธิ์ต้องรวมถึงวัตถุตำรับที่ปรุงผสมอยู่ด้วย แต่เมื่อมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่ที่กำหนดให้คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ และเป็นคุณแก่จำเลย ต้องใช้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3
จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 106 ทวิ คงมีความผิดตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง และมาตรา 106 วรรคหนึ่งเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยถูกจับกุมเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2536 และมีเมทแอมเฟตามีน 28 เม็ด น้ำหนัก 2.078 กรัม ตรวจพบสารบริสุทธิ์ 0.217 กรัม ในขณะกระทำผิด ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536) กำหนดปริมาณเมทแอมเฟตามีนต้องไม่เกิน 0.500 กรัม โดยไม่คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ ต่อมาระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มีประกาศกระทรวง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8226/2538พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมโจทก์นาย ธนู สุวรรณไศละจำเลย ป.อ. ม. 3 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม. 4, ม. 59, ม. 62 วรรคหนึ่ง, ม. 106 วรรคหนึ่ง, ม. 106 ทวิ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ.2536) ลงวันที่ 19 มกราคม 2536 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 92 (พ.ศ.2538) ในขณะที่จำเลยกระทำผิดประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่85พ.ศ.2536เรื่องกำหนดปริมาณการมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท1หรือประเภท2ตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518ลงวันที่19มกราคม2536ได้กำหนดการมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท1หรือประเภท2โดยสำหรับเมทแอมเฟตามีนกำหนดว่าต้องไม่เกิน0.500กรัมแต่ไม่ได้กำหนดให้คำนวณปริมาณเป็นสารบริสุทธิ์และตามพระราชบัญญัติที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518มาตรา59บัญญัติให้ถือว่าวัตถุตำรับที่มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภทหนึ่งประเภทใดปรุงผสมอยู่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทนั้นด้วยและมาตรา4บัญญัติว่า"วัตถุตำรับหมายความว่าสิ่งปรุงไม่ว่าจะมีรูปลักษณะใดที่มีวัตถุออกฤทธิ์รวมอยู่ด้วยฯลฯ"ดังนี้ปริมาณของวัตถุออกฤทธิ์จึงต้องรวมถึงวัตถุตำรับที่ปรุงผสมอยู่ด้วยตามบทบัญญัติดังกล่าวถือว่าของกลางเป็นวัตถุออกฤทธิ์ทั้งหมดเมื่อของกลางมีปริมาณเกิน0.500กรัมจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518มาตรา106ทวิซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยกระทำผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่เมื่อต่อมาในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีการัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่92(พ.ศ.2538)เรื่องกำหนดปริมาณการมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุที่ออกฤทธ