ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8231/2538

ประเด็นกฎหมาย

การลงโทษตามมาตรา 106 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 เมื่อมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่กำหนดปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟต

หลักกฎหมาย

เมื่อมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่ (ฉบับที่ 92 พ.ศ. 2538) ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย กำหนดปริมาณเมทแอมเฟตามีนเมื่อคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์แล้วต้องไม่เกิน 0.500 กรัม และข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าของกลางคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์แล้วเกินปริมาณดังกล่าวหรือไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 106 ทวิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มา

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกฟ้องในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต วัตถุของกลางมีน้ำหนักรวม 0.840 กรัม แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์แล้วได้ปริมาณเกินกว่าที่รัฐมนตรีกำหนดหรือไม่ ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกามีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่กำหนดปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนไม่เกิน 0.50

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 3
  • มาตรา 106 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8231/2538พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมโจทก์นาย วิรัช อยู่สำราญจำเลย ป.อ. ม. 3 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม. 106 ทวิ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ.2536) ลงวันที่ 19 มกราคม 2536 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 92 (พ.ศ.2538) ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีการัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่92(พ.ศ.2538)เรื่องกำหนดปริมาณการมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท1หรือประเภท2ตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่85(พ.ศ.2536)เรื่องกำหนดปริมาณมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท1หรือประเภท2ตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518ลงวันที่19มกราคม2536และกำหนดการมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท1หรือประเภท2เมื่อคำนวณปริมาณเป็นสารบริสุทธิ์แล้วสำหรับเมทแอมเฟตามีนต้องไม่เกินปริมาณ0.500กรัมเมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าวัตถุของกลางรวมน้ำหนัก0.840กรัมคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ปริมาณเกินกว่าที่รัฐมนตรีกำหนดหรือไม่จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518มาตรา106ทวิเพราะประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่92(พ.ศ.2538)เป็นคุณแก่จำเลยทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา3โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6, 11, 59, 62,106, 106 ทวิจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 62 วรรคหนึ่ง, 106 วรรคหนึ่ง จำคุก 1 ปีแล