หัวน้ำมันหอมผสมเป็นสินค้าสำเร็จรูปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 หรือไม่ และควรใช้อัตรากำไรมาตรฐานร้อยละเท่าใดในการคำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีการค้า
สินค้าสำเร็จรูปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 หมายถึงสิ่งใดๆ ที่อาจใช้อุปโภคหรือบริโภคได้ทันทีโดยไม่ต้องเอาสิ่งนั้นไปปรุงแต่งเปลี่ยนแปลงหรือผสมกับสิ่งใดอีก การพิจารณาว่าสิ่งใดอาจใช้สอยได้ทันทีหรือไม่ต้องพิจารณาจากการใช้ในสภาพปกติ หากเป็นการใช้ในสภาพของวัตถุไม่สำเร็จรูป โดยต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือผสมกับสิ
หัวน้ำมันหอมผสมไม่เป็นสินค้าสำเร็จรูปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 แต่เป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่ง ต้องใช้อัตรากำไรมาตรฐานร้อยละ 30 ตามบัญชีอัตรากำไรมาตรฐานฯ ข้อ 12 พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 กับคำสั่งเจ้าพนักงานประเมินภาษีการค้าเฉพาะส่วนที่วินิจฉัยสั่งให้โจทก์เสียภาษีการค้าสำหรับสินค้าหัวน้ำมันหอมผสมในอัตราร้อยละ 5 ฟ้องข้ออื่นให้ยก
โจทก์สั่งหัวน้ำมันหอมผสมจากต่างประเทศมาใช้ผสมสบู่และเครื่องสำอางที่โจทก์ผลิตจำหน่าย เจ้าพนักงานประเมินภาษีการค้าแจ้งการประเมินว่าโจทก์เสียภาษีการค้าอย่างสินค้าไม่สำเร็จรูปอัตราร้อยละ 1.5 ไม่ถูกต้อง โดยอ้างว่าหัวน้ำมันหอมผสมเป็นสินค้าสำเร็จรูปต้องเสียภาษีการค้าร้อยละ 5 และการคำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2512์ บริษัท รู เบีย อุตสาหกรรม จำกัดโจทก์ย กรมสรรพากร ที่ 1 นาย สนั่น เกตุทัต ที่ 2จำเลย ป.วิ.พ. ม. 24, ม. 26, ม. 183, ม. 226, ม. 228 ป.รัษฎากร ม. 77 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 5) ข้อ 12สินค้าสำเร็จรูปตามความหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 77.หมายถึงสิ่งใดๆ ซึ่งอาจใช้อุปโภคหรือบริโภคได้ทันทีโดยไม่ต้องเอาสิ่งนั้นไปปรุงแต่งเปลี่ยนแปลงหรือผสมกับสิ่งใดอีก. การพิจารณาว่าสิ่งใดอาจใช้สอยได้ทันทีหรือไม่ต้องพิจารณาจากการใช้ในสภาพปกติ. เพราะวัตถุไม่สำเร็จรูปก็อาจใช้ได้ทันทีเหมือนกัน. หากเป็นการใช้ในสภาพของวัตถุไม่สำเร็จรูป โดยต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือผสมกับสิ่งอื่นเสียก่อนจนเปลี่ยนจากสภาพปกติหรือสภาพเดิม. ย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นสินค้าสำเร็จรูป.หัวน้ำหอม ซึ่งสั่งจากต่างประเทศเพื่อใช้แต่งกลิ่นวัตถุอื่น ตามสภาพไม่อาจใช้อุปโภคบริโภคได้ทันที. การใช้ทาผิวหนังเกิดโทษ อาจเป็นผื่นคันระคายแก่ผิวหนัง. การใช้อบวัตถุก็มีความระเหยเร็ว ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร.ดังนี้ย่อมไม่เป็นสินค้าสำเร็จรูป.ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า ในเรื่องอัตรากำไรมาตรฐาน. โจทก์ได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องในประเด็นข้อนี้หรือไม่. แล้วมีคำสั่งว่าจำเลยให้การรับตามฟ้องของโจทก์แล้วว่า โจทก์ได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินแล้ว.โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ยุติไม่ต้องสืบพยานในข้อนี้. คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226. เพราะศาลชั้นต้นถือว่า จำเลยรับข้อเท็จจริงตามฟ้องไม่จำต้องสืบพยาน มิใช่คำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตาม มาตรา 24ซึ่งอ