ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87/2534

ประเด็นกฎหมาย

การที่พนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการนวดแผนโบราณโดยยึดถือนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหม

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 4 และมาตรา 11 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้ การใช้ดุลพินิจโดยยึดถือนโยบายของกระทรวงมหาดไทยเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ยื่นขอตั้งสถานบริการนวดแผนโบราณเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2530 จำเลยที่ 2 ไม่อนุญาตโดยอ้างนโยบายของจำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 1 ซึ่งยกอุทธรณ์ โจทก์ฟ้องว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นการละเมิด แต่คำฟ้องมิได้กล่าวว่าการใช้ดุลพินิจไม่สุจริตหรือฝ่าฝืนกฎหมาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87/2534นาย ปรีชา ธน ศิลป์โจทก์กระทรวงมหาดไทย กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 ป.วิ.พ. ม. 18, ม. 172 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 ม. 4, ม. 11พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 4 และมาตรา 11บัญญัติให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจพิจารณาอนุญาตให้ตั้งสถานบริการประเภทสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัวซึ่งมีหญิงบริการแก่ลูกค้าชายหรือไม่ก็ได้ การที่บุคคลดังกล่าวใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการนวดแผนโบราณโดยยึดถือนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ย่อมเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 คำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวว่า พนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจพิจารณาไม่อนุญาตโดยไม่สุจริต หรือขัดต่อพยานหลักฐาน หรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509ประการใด บุคคลดังกล่าวจึงมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ศาลชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยพิจารณาจากคำฟ้องได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคล โจทก์เป็นประชาชนชาวไทย ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 มีสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพในราชอาณาจักรไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2530 โจทก์ยื่นขอตั้งสถานบริการ (นวดแผนโบราณ) เพื่อจำเลยที่ 2 พิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานบริการพ.ศ. 2509 ที่แก้ไขแล้ว ปรากฎว่าจำเลยที่ 2 ไม่อนุญาตโดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 มีนโยบายไม่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการอีก ต่อมาวันที่18 มิถุนายน 2530 โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 1 โดยผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย วันที่ 13 พฤศจิกายน 2530 โจทก์ได้รับแจ้งว่า จำเลยที่ 1ยกอุทธรณ์ของโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้โต้แย