ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2534

ประเด็นกฎหมาย

การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองในเรือนจำ โดยสถานที่เกิดเหตุมีบุคคลอื่นเข้าออกได้ และลิ้นชักที่พบของกลางไม่ได้ล็อกกุญแจ กุญแจมีหลายชุด จึงไม่อาจฟังได้แน่ชัดว

หลักกฎหมาย

เมื่อสภาพที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ที่หลายคนเข้าออกได้ และของกลางอาจถูกนำไปซ่อนโดยบุคคลอื่นได้ จึงไม่แน่นอนว่าเป็นของจำเลย คดียังเป็นที่สงสัยตามสมควร ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำ ทำหน้าที่ช่างตัดผม ถือกุญแจลิ้นชักห้องตัดผม เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบเฮโรอีนในลิ้นชักที่สองซึ่งไม่ได้ล็อกกุญแจ และกุญแจมีอีกชุดหนึ่งอยู่ที่ส่วนกลาง ห้องตัดผมมีผู้คนเข้าออกจำนวนมาก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2534พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นักโทษ ชาย บุญ ยัง หรือ ยัง หรือ พเยาว์ วงศ์ แก้วจำเลยหรือ วงศ์ รัตน์จำเลย พ.ร.บ.ระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ พ.ศ.2522 ม. 67 ป.วิ.อ. ม. 227ที่เกิดเหตุเป็นห้องตัดผม ซึ่งมีผู้คนเข้าออกวันหนึ่ง ๆเป็นจำนวนหลายคน ลิ้นชักที่พยานโจทก์พบเฮโรอีนก็เป็นลิ้นชักที่ไม่ได้ล็อก กุญแจ ช่างตัดผมหรือคนตัดผมคนหนึ่งคนใดนำเข้าไปซ่อนไว้ก็อาจทำได้ กุญแจสำหรับเปิดลิ้นชักใส่เครื่องมือตัดผมก็มิได้มีแต่ของที่จำเลยถือเท่านั้น ส่วนกลางก็มีอีก 1 ชุด ซึ่งบุคคลอื่นก็อาจเปิดห้องตัดผมได้ ไม่ใช่มีเพียงจำเลยเท่านั้นเมื่อสภาพที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ที่หลายคนเข้าออกได้ก็เป็นการไม่แน่นอนลงไปว่า เฮโรอีนเป็นของจำเลยเท่านั้น อาจเป็นของบุคคลอื่นก็ได้ คดียังเป็นที่สงสัยตามสมควร ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2531 เวลากลางวันในขณะที่จำเลยเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยถูกจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7325/2530 ของศาลชั้นต้น จำเลยบังอาจมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522ข้อ 1(1) ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจำเลยทราบประกาศนี้แล้วจำนวน 1 ห่อ น้ำหนัก 0.03 กรัม ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อก