ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1302/2534

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาประกันตัวที่จำเลยตกลงนำตัวผู้ต้องหาส่งศาล ไม่ใช่สัญญาค้ำประกัน จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ และโจทก์มีอำนาจฟ้องแม้ยังไม่มีการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด

หลักกฎหมาย

สัญญาที่จำเลยตกลงกับโจทก์ว่าจะนำตัวผู้ต้องหาซึ่งโจทก์เป็นผู้ประกันตัวมาพบเจ้าพนักงานตามกำหนดนัดทุกครั้ง ไม่ใช่สัญญาค้ำประกัน เพราะจำเลยเป็นลูกหนี้ชั้นต้นที่จะต้องกระทำการตามสัญญา จึงไม่ใช่ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ และเมื่อจำเลยผิดสัญญาจนศาลสั่งปรับโจทก์และมีการบังคับคดียึดทรัพย์โจทก์แล้ว แม้ยังไม่ม

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยชดใช้เงินให้โจทก์ 124,600 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำสัญญากับจำเลยให้โจทก์ประกันตัวนายสมพล โดยจำเลยมีหน้าที่นำส่งตัวต่อศาล หากผิดสัญญาจำเลยยินยอมชดใช้เงิน 124,600 บาท ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่นำตัวส่งศาล ศาลปรับโจทก์และออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์โจทก์ แต่ยังไม่มีการขายทอดตลาด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1302/2534นาย สุทธะ เทียม สำโรงโจทก์นาง บุญ ชอบ พูล ทรัพย์ สถิตจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 680 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 177, ม. 249 ป.รัษฎากร ม. 104, ม. 118, บัญชี อัตรา อากรแสตมป์โจทก์ทำสัญญากับจำเลยให้โจทก์ประกันตัว ส.ซึ่งถูกดำเนินคดีอาญาต่อศาล โดยจำเลยมีหน้าที่นำส่งตัว ส.ต่อศาลตามนัด หากผิดสัญญาไม่นำตัว ส.ส่งศาลจำเลยยินยอมชดใช้เงินให้แก่โจทก์จำนวนหนึ่งสัญญาดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้ไม่ขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เพราะสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องบังคับจำเลยมิได้ปิดอากรแสตมป์นั้น แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาได้ สัญญาที่จำเลยตกลงกับโจทก์ว่าจะนำตัว ส.ซึ่งโจทก์เป็นผู้ประกันตัวมาพบเจ้าพนักงานตามกำหนดนัดทุกครั้ง ไม่ใช่สัญญาค้ำประกัน เพราะจำเลยเป็นลูกหนี้ชั้นต้นที่จะต้องกระทำการตามสัญญาดังกล่าว จึงไม่ใช่ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ เมื่อจำเลยผิดสัญญาจนศาลสั่งปรับโจทก์และมีการบังคับคดียึดทรัพย์โจทก์แล้วแม้จะยังไม่มีการนำทรัพย์ที่ยึดออกขายทอดตลาด โจทก์ก็มีสิทธิที่จะเรียกให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาเป็นกรณีที่โจทก์จะต้องใช้สิทธิทางศาลโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากับโจทก์โดยให้โจทก์นำหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวนายสมพล วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา และถูกควบคุมตัวอยู่ตามหมายของศาลจังหวัดนครราชสีมา มีกำหนดเวลาในการประกันไม่เกิน 4 เดือน ก่อนจะครบกำหนดสัญญาจำเลยจะนำตัวนายสมพลมามอบให้โจทก์ และหาหลักทรัพย์อื่นมายื่นขอประกันแทนเมื่อนายสมพลได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว จำเลย