ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีโดยอ้างเหตุอื่นเพิ่มเติมจากที่อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้หรือไม่ และเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกและแก้จำ
ประมวลรัษฎากรที่บัญญัติให้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนจึงจะฟ้องคดีต่อศาลได้ เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิในการฟ้องคดี จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด มาตรา 30(2) มิได้บัญญัติว่าต้องอ้างเหตุผลเดียวกัน โจทก์จึงอ้างเหตุอื่นเพิ่มเติมได้ และเมื่อโจทก์ขอคืนภาษีจำนวนสูง เจ้าพนักงานประเมินมีเหตุ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องโดยอ้างเหตุอื่นเพิ่มเติมได้ และเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกและแก้จำนวนเงินตามมาตรา 19 และ 20 การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ยื่นแบบชำระภาษีแล้วขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายจำนวนสูงถึง 2,700,000 บาทเศษ เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกตรวจสอบและประเมินภาษีเพิ่ม โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยอ้างเหตุบางประการ แต่ในชั้นศาลกลับอ้างเหตุอื่นเพิ่มเติม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1926/2534บริษัท ไทย ฟ้า (2511) จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 19, ม. 20, ม. 30 กฎกระทรวง ฉบับที่ 133 (พ.ศ.2516) ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2516 ประมวลรัษฎากรที่บัญญัติให้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียก่อน แล้วจึงจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลได้นั้น เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาล จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด และตามมาตรา 30(2) แห่งประมวลรัษฎากรมิได้บัญญัติว่าการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลจะต้องอ้างเหตุผลเช่นเดียวกับที่อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ฉะนั้น โจทก์จึงอ้างเหตุอื่นเพิ่มเติมจากที่เคยอุทธรณ์ไว้ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ โจทก์ยื่นแบบรายการชำระภาษีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ปี 2517ถึง 2521 ไว้ต่อจำเลยที่ 1 แล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอคืนภาษีอากรหัก ณ ที่จ่าย จำเลยที่ 2 จึงได้ออกหมายเรียกให้โจทก์ไปให้คำชี้แจงประกอบการไต่สวนตรวจสอบ พร้อมทั้งให้นำสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีไปตรวจสอบด้วย ดังนี้ การที่โจทก์ขอคืนเงินภาษีอากรหัก ณ ที่จ่ายเป็นจำนวนสูงถึง 2,700,000 บาทเศษ จำเลยที่ 2 ซึ่ง เป็นเจ้าพนักงานประเมิน ย่อมมีเหตุอันควรเชื่อว่า โจทก์แสดงรายการตามแบบที่ยื่นไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่บริบูรณ์ จำเลยที่ 2 ย่อมมีอำนาจออกหมายเรียกโจทก์ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากรได้ ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ออกหมายเรียกโจทก์ไปตรวจสอบไต่สวนดังกล่าว จึงมิใช่เป็นเพียงการเรียกไปตรวจสอบเพื่อประกอบคำร้องขอคืนภาษีอากรหัก ณ ที่จ่ายตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 133(พ.ศ. 2516) ลงวันที่ 22 มีนาคม 2516แต่ประการเดียว แต่ถือได้ว่า จำเลยที่ 2 ใช้อำนาจต