การขายคอนกรีตผสมเสร็จตามคำสั่งของลูกค้าเป็นสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจ้างทำของ
สัญญาซื้อขายมุ่งเน้นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเพื่อตอบแทนราคา ส่วนสัญญาจ้างทำของมุ่งเน้นผลสำเร็จของงานเป็นสาระสำคัญ การที่ลูกค้ากำหนดอัตราส่วนผสมหรือรวมค่าขนส่งเป็นเพียงเงื่อนไขในการรับซื้อ ไม่ทำให้กลายเป็นสัญญาจ้างทำของ
โจทก์ทั้งสองมิใช่ผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าประเภทรับจ้างทำของ การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบ พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ที่ 1 จำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ โดยเมื่อลูกค้าสั่งซื้อ โจทก์ที่ 1 แจ้งให้โจทก์ที่ 2 ผสมคอนกรีตตามสูตรที่ลูกค้ากำหนดด้วยรถผสมในตัว แล้วนำไปเทยังที่ลูกค้ากำหนด ลูกค้าชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 รับเงินจากโจทก์ที่ 1
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2169/2534บริษัท ปูนซิเมนต์ ไทย จำกัด กับพวกโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.พ.พ. ม. 453, ม. 587 ป.รัษฎากร ม. 89 (3), ม. 89 ทวิ, บัญชีอัตราภาษีการค้า ท้าย หมวด 4 ลักษณะ 2โจทก์ที่ 1 ประกอบธุรกิจจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ (ReadyMixedConcrete) เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อ โจทก์ที่ 1 จะแจ้งให้โจทก์ที่ 2 ส่งคอนกรีตผสมเสร็จให้แก่ลูกค้าโดยใช้รถยนต์บรรทุกที่มีเครื่องผสมคอนกรีตในตัว ทำการผสมคอนกรีตตามอัตราส่วนหรือสูตร ที่ลูกค้ากำหนด แล้วนำไปเทยังหน่วยงานที่ลูกค้ากำหนดความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์ที่ 1 กับลูกค้า ต่างมีเจตนาให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์หรือคอนกรีตผสมเสร็จ เพื่อตอบแทนการใช้ราคาอันเข้าลักษณะของสัญญาซื้อขายคู่สัญญามิได้หวังผลสำเร็จในการงานเป็นสาระสำคัญอันจะทำให้เป็นสัญญาจ้างทำของ โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าประเภทรับจ้างทำของตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ท้ายหมวด 4 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร.โจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าเบี้ยปรับ เงินเพิ่มและภาษีรายได้บำรุงเทศบาล จำนวน85,908,292.50 บาทนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเจ้าพนักงานประเมินได้นำรายรับที่โจทก์ได้จากการขายคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mixed Concrete)สำหรับระยะเวลาเดือนมิถุนายน 2520 ถึงธันวาคม 2524 โดยถือว่าเป็นรายรับประเภทการค้ารับจ้างทำของ ซึ่งความจริงโจทก์ซื้อคอนกรีตผสมเสร็จมาจากบริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้างและวัตถุก่อสร้างจำกัด แล้วขายให้ลูกค้าของโจทก์ โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าจากจำนวนเงินราคาคอนกรีตผสมเสร็จที่ได้รับในรอบระยะเวลาดังกล่าว เพราะโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ไม่ใช่ผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่ต้อง