ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับรองอุทธรณ์ของพนักงานอัยการ และการอ้างข้อเท็จจริงในอุทธรณ์ที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้น
คำรับรองของพนักงานอัยการไม่จำเป็นต้องทำในวันที่ยื่นอุทธรณ์ เพียงแต่ให้มีคำรับรองปรากฏขณะยื่นอุทธรณ์ก็เพียงพอ และไม่ต้องใช้ถ้อยคำตามที่กฎหมายกำหนด ขอให้มีความหมายว่าเป็นการรับรองข้อที่ต้องห้ามก็ชอบแล้ว กฎหมายมิได้กำหนดแบบว่าต้องระบุเหตุผลในการรับรองไว้ในคำรับรองด้วย ส่วนข้อเท็จจริงที่โจทก์ยกขึ้นในอุท
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้รถยนต์บรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด 16,130 กิโลกรัม ฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ จำเลยฎีกาโต้แย้งคำรับรองอุทธรณ์ของอัยการพิเศษประจำเขต 1 และข้อเท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2534พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง พระนครศรีอยุธยาโจทก์นาย สม หมาย ศ รี ประเสริฐจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ป.วิ.อ. ม. 186 (6), ม. 193 ตรีเมื่อพนักงานอัยการได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมอัยการได้พิจารณาเห็นว่า ควรที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ก็รับรองให้อุทธรณ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรับรองในวันที่ยื่นอุทธรณ์ เพียงแต่ให้มีคำรับรองปรากฏให้เห็นขณะที่มีการยื่นอุทธรณ์ และถ้อยคำที่ใช้ให้มีความหมายให้เห็นว่าเป็นการรับรองข้อที่ต้องห้ามก็ชอบแล้ว ส่วนเหตุผลในการรับรองนั้นกฎหมายมิได้กำหนดแบบว่าจะต้องปรากฏในคำรับรองนั้นด้วยแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงที่โจทก์ยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ที่ว่าการบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราเป็นภัยอันตรายเพราะรัฐบาลต้องใช้งบประมาณสร้างถนนในวงเงินที่สูงขึ้น...นั้นเป็นการอ้างเหตุผลเพื่อประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษเท่านั้น ไม่ใช่เป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำผิดที่อ้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะถือว่าไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นเป็นการอุทธรณ์ที่ไม่ชอบหาได้ไม่.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกซึ่งกฎหมายกำหนดให้บรรทุกน้ำหนักได้ไม่เกิน 21,000 กิโลกรัม บรรทุกน้ำหนักเกินกำหนดดังกล่าว16,130 กิโลกรัม อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 294 ข้อ 56, 83 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 56, 83 จำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ นอกจากที่แก้