การเกษียณอายุตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 ถือเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน
การพ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานฯ เป็นการกำหนดคุณสมบัติทั่วไป มิใช่การสิ้นสุดสัญญาจ้างโดยอัตโนมัติ การเลิกจ้างต้องพิจารณาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง ซึ่งให้ความหมายการเลิกจ้างครอบคลุมถึงการเกษียณอายุด้วย นอกจากนี้ ข้อยกเว้นการจ่ายค่าชดเชยส
การที่จำเลยให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง และจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์
โจทก์เป็นพนักงานประจำของจำเลย ทำงานติดต่อกันเกิน 3 ปี จำเลยให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 60 ปี โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด และจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าลักษณะงานเป็นครั้งคราว จร ตามฤดูกาล หรือตามโครงการ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5436/2534นาย จำลอง พุฒ ซ้อนโจทก์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำเลย ป.วิ.พ. ม. 249 พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม. 9, ม. 11 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 11)ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2532 ข้อ 7 บัญญัติว่านายจ้าง ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง กรณีสัญญาจ้างมี กำหนดระยะเวลาการจ้าง แน่นอนและมีลักษณะเป็นครั้งคราวเป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาลหรือเป็นงานตามโครงการด้วย แต่จำเลยมิได้ให้การ ต่อสู้ถึงลักษณะงานว่าเป็นการจ้างตามที่กำหนดไว้ดังกล่าว แม้จำเลย จะฎีกาว่าเป็นการจ้างมีกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอนก็เป็นฎีกาที่ ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย การที่พนักงานพ้นจากตำแหน่งเพราะมีอายุครบ 60 ปี ตามพ.ร.บ. คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ เป็นการกำหนดคุณสมบัติโดยทั่ว ๆ ไปของพนักงาน และให้รัฐวิสาหกิจ ถือปฏิบัติเป็นแนวเดียวกันเท่านั้น แต่การพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุ ดังกล่าวจะเป็นการเลิกจ้างหรือไม่ ต้องพิจารณาตาม ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง ซึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าว ถือ ว่าการเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างแล้ว เพราะโจทก์ต้องออกจากงาน โดยไม่ได้กระทำผิดตามข้อ 47.โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 38,040 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ แต่โจทก์พ้นจากตำแหน่งโดยผลของกฎหมาย เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐ