ค่าจ้างที่เรียกในระหว่างปิดงานเป็นสินจ้างคนงานอายุความ 2 ปี และเมื่อค่าจ้างขาดอายุความ สิทธิรับเงินเพิ่มก็หมดไป
ค่าจ้างที่เรียกในระหว่างปิดงานเป็นสินจ้างคนงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 165(9) มีอายุความ 2 ปี และสิทธิรับเงินเพิ่มตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 31 วรรคสอง เป็นอุปกรณ์ของสิทธิรับค่าจ้าง เมื่อค่าจ้างขาดอายุความ สิทธิรับเงินเพิ่มก็หมดไป
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้าง จำเลยปิดงานเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน ต่อมาข้อพิพาทยุติ จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2529 โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างระหว่างวันที่ 12-26 กุมภาพันธ์ 2529 ซึ่งเป็นช่วงที่จำเลยปิดงานและโจทก์ไม่ได้ทำงาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5576/2534นาย จรัล กลิ่นประยงค์ กับพวกโจทก์บริษัท ไทย บริดจสโ ตน จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 164, ม. 165 (9), ม. 166 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน สอง ข้อ 31โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยฟ้องเรียกเอาค่าจ้างจากจำเลยในระหว่างที่จำเลยปิดงานและโจทก์ไม่ได้ทำงานตามปกติค่าจ้างที่โจทก์ฟ้องเรียกนี้ไม่ใช่เงินเดือนค้างจ่ายที่มีกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 แต่เป็นสินจ้างคนงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(9) มีอายุความ2 ปี ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 วรรคสองนั้น ต้องมีสิทธิได้รับค่าจ้างที่ค้างชำระด้วยจึงจะมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มเมื่อค่าจ้างที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยขาดอายุความ สิทธิในการรับเงินเพิ่มย่อมหมดไปด้วยคดีทั้งหกสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 6โจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งหก เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2528จำเลยปิดงานเนื่องจากมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ต่อมาข้อพิพาทแรงงานยุติลง ได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแต่จำเลยไม่รับโจทก์เข้าทำงานตามปกติทันที โดยรับโจทก์เข้าทำงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2529 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างวันที่ 12-26 กุมภาพันธ์ 2529 และโดยที่จำเลยเจตนาไม่ชำระค่าจ้างให้โจทก์ทั้งหกโดยไม่มีเหตุอันสมควรจำเลยต้องรับผิดจ่ายเงินเพิ่มอัตราร้อยละสิบห้าทุกระยะเจ็ดวันพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี ฯลฯ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายเงินจำนวนตามคำขอท้