ระเบียบข้อ 37 ที่กำหนดให้หักเงินบำเหน็จออกเท่ากับเงินชดเชย หากเงินบำเหน็จมากกว่าเงินชดเชย ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานและความสงบเรียบร้อยหรือไม่
เงินบำเหน็จมิใช่เงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การจะจ่ายหรือไม่เป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ระเบียบข้อ 37 เป็นการกำหนดเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จ มิใช่การกำหนดเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชย สิทธิค่าชดเชยตามกฎหมายยังคงมีอยู่ตามกฎหมาย ระเบียบดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายค
พิพากษายืน (ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้อง)
โจทก์ทั้ง 27 คนเป็นลูกจ้างของจำเลย ถูกเลิกจ้างเพราะเกษียณอายุ จำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ซึ่งมีจำนวนมากกว่าค่าชดเชยที่โจทก์มีสิทธิได้รับ จำเลยอ้างว่าการจ่ายเงินบำเหน็จดังกล่าวเป็นการจ่ายค่าชดเชยรวมไปด้วยแล้ว ระเบียบข้อ 37 กำหนดว่า ถ้าเงินบำเหน็จมากกว่าเงินชดเชย ให้ต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2534นาง ประเทือง เทวกุล กับพวกโจทก์บริษัท สุรา ม หา ราษฎร จำกัด ( มหาชนจำเลย ป.พ.พ. ม. 114 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 5, ม. 10 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3), ข้อ 47 (4)เงินบำเหน็จมิใช่เงินที่นายจ้างมีหน้าที่จะต้องจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การจะจ่ายเงินบำเหน็จหรือไม่อย่างไรเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จะตกลงกันไว้อย่างไรก็ได้ ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จกำหนดว่า ในกรณีที่พนักงานประจำมีสิทธิได้รับทั้งเงินชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานและเงินบำเหน็จ ถ้าเงินบำเหน็จมากกว่าเงินชดเชยให้ตัดเงินบำเหน็จออกเท่ากับเงินชดเชย ถ้าเงินบำเหน็จน้อยกว่าเงินชดเชยก็ให้ได้รับเงินชดเชยอย่างเดียว ดังนี้เป็นการกำหนดเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จ มิใช่เป็นการกำหนดเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับเงินชดเชย สิทธิที่จะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานมีอยู่อย่างไรก็เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ข้อกำหนดวิธีการจ่ายเงินบำเหน็จ ไม่กระทบกระเทือนถึงคนอื่นที่มิได้ตกลงด้วย จึงมิใช่ปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน.คดีทั้งยี่สิบเจ็ดสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 27โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดเป็นลูกจ้างของจำเลย วันเข้าทำงาน ตำแหน่งหน้าที่ และค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์แต่ละคนปรากฏตามฟ้องต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดเพราะเหตุเกษียณอายุ และไม่จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมายขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์