ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2531นาย วีระวัฒน์ คำเกลี้ยงโจทก์บริษัท สุขุมวิท เวช กิจ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 386, ม. 575 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์เพื่อทำการสอบสวนโจทก์เรื่องกระทำผิดอาญาต่อจำเลย แม้จำเลยมิได้จ่ายค่าจ้างในระหว่างพักงานแก่โจทก์สภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยก็ยังมีอยู่จนกว่าจำเลยจะมีคำสั่งเลิกจ้างต่อมาเมื่อจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยให้การเลิกจ้างมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์เป็นต้นไป ดังนี้ สภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยย่อมเป็นอันสิ้นสุดลง โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างนับแต่วันที่การเลิกจ้างมีผลโจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาวันที่ 1พฤศจิกายน 2527 จำเลยสั่งพักงานโจทก์ และเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม2528 จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานโดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชยโดยให้มีผลตั้งแต่วันสั่งพักงานจึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย โบนัส ค่าเสียหายระหว่างพักงานกับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยจะปลดโจทก์ออกจากงานเนื่องจากลักทรัพย์นายจ้าง แต่โจทก์ขอให้จำเลยสอบสวนข้อเท็จจริงโดยไม่ขอรับเงินเดือนและขอให้สั่งพักงาน จำเลยจึงสั่งพักงานโจทก์และสอบสวนแล้ว เห็นว่า โจทก์กระทำผิดจริงและทราบว่าโจทก์มีประวัติเสียหายขณะรับราชการซึ่งโจทก์ปกปิดมิได้กรอกข้อความไว้ในใบสมัครงาน จำเลยจึงปลดโจทก์ออกจากงานโดยให้มีผลตั้งแต่วันสั่งพักงานเป็นต้นไป การเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้ลักทรัพย์จำเลย แต่โจทก