ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2094/2532

ประเด็นกฎหมาย

การสั่งพักงานลูกจ้างชั่วคราวโดยยังมิได้แสดงเจตนาเลิกจ้าง ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หมายถึง การที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานไม่ว่ากระทำด้วยวิธีใดโดยทำให้สภาพของการเป็นนายจ้างและลูกจ้างหมดไป การพักงานที่เป็นเพียงให้หยุดทำงานชั่วคราว โดยสภาพการเป็นลูกจ้างนายจ้างยังคงอยู่ และนายจ้างยังมิได้แสดงเจตนาเลิกจ้าง ไม่เป็นการเลิกจ้าง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2520 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงิน ค่าจ้างเดือนละ 4,500 บาท ต่อมาจำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2530 จนกว่าผลคดีอาญาที่โจทก์ถูกฟ้องในข้อหายักยอกทรัพย์จะถึงที่สุด ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่คดียังไม่ถึงที่สุด โจทก์จึงฟ้องเรียกค

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2094/2532นาง วิไล ชนิตานันท์โจทก์บริษัท กลการ จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 86 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46เมื่อตามคำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงรับของคู่ความมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลจะวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องให้คู่ความสืบพยานต่อไปอีกศาลก็ชอบที่จะสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสียได้ การเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานหมายถึง การที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานไม่ว่ากระทำด้วยวิธีใดโดยทำให้สภาพของการเป็นนายจ้างและลูกจ้างหมดไป การพักงานที่เป็นเพียงจำเลยให้โจทก์หยุดทำงานชั่วคราว สภาพของการเป็นลูกจ้างและนายจ้างยังคงมีอยู่ต่อไป โดยจำเลยยังมิได้แสดงเจตนาเลิกจ้างนั้น หาเป็นการเลิกจ้างตามประกาศดังกล่าวไม่โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2520 ครั้งสุดท้ายดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงิน ได้รับค่าจ้างเดือนละ 4,500 บาท ต่อมาวันที่25 มิถุนายน 2530 จำเลยมีคำสั่งที่ 233/2530 พักงานโจทก์ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2530 จนกว่าผลคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากโจทก์ถูกฟ้องคดีอาญาในข้อหายักยอกทรัพย์ของจำเลยที่สาขาประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2531 ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ถือว่าการที่จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์ดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างโจทก์แล้ว แต่ในการเลิกจ้างดังกล่าวนี้จำเลยมิได้จ่ายเงินให้แก่โจทก์แต่อย่างใดโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นเงิน 27,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 9,000 บาทค่าเสียหายเนื่องจากการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมคิดเป็นเงิน 276,000 บาท นอกจากนี้โจทก์ยังมีสิทธิได้รับเงินสะสมเมื่อโจทก์ถูก